รักษาหลุมสิวอย่างไรให้เห็นผล ผิวหน้าเรียบเนียน ไร้ที่ติ - mesoestetic | เซรั่ม แอมพูล

รักษาหลุมสิวอย่างไรให้เห็นผล ผิวหน้าเรียบเนียน ไร้ที่ติ

เป็นสิวอย่างเดียวไม่พอ สิวหายแล้วหน้ายังเป็นหลุมอีก หลุมสิว ปัญหาผิวหน้าที่มาจากผลของการเป็นสิวอักเสบ โดยจะทำให้ใบหน้าเป็นรอย ไม่เรียบเนียน จนทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ใครที่มีความกังวลอยู่มาดูวิธีรักษาหลุมสิวให้เห็นผล เพื่อผิวหน้าที่เรียบเนียนไร้ที่ติกันค่ะ

หลุมสิวคืออะไร

รอยแผลเป็นจากการอักเสบของสิวหลังจากสิวหาย มีการหลั่งสารเอนไซม์ออกมาทำลายคอลลาเจนบริเวณผิวหนัง ทำให้ผิวหนังบุ๋มลงไป มักมาจากสิวอักเสบที่ลงลึกถึงผิวชั้นใน เช่น สิวหนอง สิวหัวช้างขนาดใหญ่ที่มีแผลลึกจนไม่สามารถสมานได้เต็มที่ เนื่องจากเกิดพังผืดที่ดึงรั้งทำให้ผิวหนังยุบตัวลงไปตามกระบวนการรักษาแผลของร่างกาย ซึ่งเห็นเป็นรอยบุ๋มในผิว ผิวไม่เรียบเนียน เป็นหลุมลึกบนใบหน้า

หลุมสิวเกิดจากอะไร

ตอนเป็นสิวก็สร้างจุดเด่นให้ใบหน้าแล้ว พอสิวหายก็ยังสร้างรอยแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้าอีก หลุมสิวคือผลกระทบที่เกิดจากปัญหาสิวที่มีการอักเสบ รวมถึงสิวอุดตันด้วย โดยปกติหลังจากสิวหายแล้วจะมีกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังโดยไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น ใช้เวลาประมาณ 7-10 วันหลังจากสิวหาย จะมีการสร้างเซลล์ผิวหนังและคอลลาเจนล้อมรอบบริเวณที่มีการอักเสบ ซึ่งถ้ากระบวนการนี้เกิดได้อย่างสมบูรณ์ก็จะไม่มีรอยแผลเป็นจากการเกิดสิว

แต่ถ้ากระบวนการนี้เกิดขึ้นแบบไม่สมบูรณ์ หรือผิวเกิดการอักเสบขั้นรุนแรงจนทำให้ผิวยุบตัวลง สร้างคอลลาเจนใหม่ไม่เพียงพอต่อคอลลาเจนที่ถูกทำลายไป เซลล์เนื้อเยื่อเกิดการหดรัดตัวจนทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวได้

สำหรับการเป็นสิวสามารถเกิดรอยแผลเป็นได้ถึง 95% ของคนที่เป็นสิว แต่รอยแผลเป็นจากสิวที่รุนแรง หรือมีหลุมสิวพบได้ประมาณ 22% เกิดจากปฏิกิริยาการอักเสบรุนแรงที่เกิดขึ้นในชั้นหนังแท้ มีการตอบสนองกับเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า P.acnes ทำให้เกิดรอยแผลเป็นแบบถาวร เพราะมีการทำร้ายผิวโดยทำให้คอลลาเจนและเนื้อเยื่อรอบๆถูกทำลายลง ตัวการสำคัญคือสิวเม็ดใหญ่ โดยเฉพาะสิวหัวช้าง จะทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ลงลึกถึงชั้นผิวหนังชั้นใน เกิดเป็นหลุมลึกและผังผืดตามมา

ประเภทของหลุมสิว

Rolling Soar หลุมสิวระดับทั่วไป

หลุมสิวประเภทนี้เป็นหลุมที่มีความรุนแรงน้อยที่สุดและรักษาง่ายที่สุด จะเป็นหลุมแค่ช่วงผิวส่วนบนเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เป็นแอ่งลึกหรือกินพื้นที่ของชั้นผิวหนังมากเกินไป สามารถใช้ยาทาเพื่อเติมเต็มเนื้อผิวได้

  • วิธีรักษาหลุมสิวแบบ Rolling Soar
  • ใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอหรือเรตินอยด์ในการรักษา เพื่อเติมเต็มหลุมสิวให้กลับมาตื้นอีกครั้ง และการทำทรีทเม้นท์ เช่น AHA เพื่อรักษาผิว
  • ทำเลเซอร์หรือหัตถการที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง
  • การฉีดฟิลเลอร์ เพราะฟิลเลอร์คือการเติมเต็ม Hyaluronic Acid เข้าไปในหลุมสิว เพื่อแก้ปัญหาให้หลุมดูตื้นขึ้น และใกล้เคียงกับผิวเดิมของเรามากที่สุด และนอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวดูฟูขึ้นอีกด้วย

Box Soar หลุมสิวระดับปานกลาง

หลุมสิวประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นบ่อ มีขนาดกว้างประมาณ 3-5 mm. เห็นเป็นขอบของหลุมชัดเจน มีขนาดใหญ่กว่าหลุมสิวประเภทแรก อยู่ในระดับความรุนแรงปานกลาง มักพบพังผืดเกาะติดอยู่ใต้ชั้นหนังแท้ มีทั้งแผลลึกและแผลตื้น สาเหตุมาจากสิวอักเสบ รวมถึงคนที่เป็นโรคอีสุกอีใสด้วย สามารถรักษาให้หายเองได้ หรือให้แพทย์ผิวหนังช่วยในการรักษาในกรณีที่รักษาด้วยตัวเองแล้วยังไม่หาย

  • วิธีรักษาหลุมสิวแบบ Box Soar 
  • การทำเลเซอร์หรือหัตถการที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง
  • การฉีดฟิลเลอร์ เพราะฟิลเลอร์คือการเติมเต็ม Hyaluronic Acid เข้าไปในหลุมสิว เพื่อแก้ปัญหาให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น และใกล้เคียงกับผิวเดิมของเรามากที่สุด และนอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวดูฟูขึ้นอีกด้วย
  • การทำ Subcision เป็นการใช้เข็มเพื่อตัดผิวพังผืดใต้ผิวหนัง ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ทำควบคู่ไปกับการเลเซอร์

Ioe piok soar หลุมสิวที่ลึกที่สุด

เป็นหลุมที่มีระดับความรุนแรงมากที่สุด ลึกที่สุด แต่จะมีหลุมที่แคบกว่าหลุมอื่นๆ มีขนาดเล็กประมาณ 0.5 มิลลิเมตร สาเหตุมาจากการกดสิวหรือบีบสิวอุดตัน สิวอักเสบ รักษาได้ยากเนื่องจากสิวกินเนื้อไปจนถึงชั้นรูขุมขน มีการทำลายลึกลงไปที่ชั้นผิวหนังแท้ ทำให้คอลลาเจนหายไปด้วย จึงเกิดเป็นหลุมแนวลึก กว่าจะฟื้นฟูได้อาจจะต้องใช้เวลานานในการรักษา เพื่อช่วยให้รอยหลุมตื้นขึ้นมา ไม่สามารถหายได้ด้วยการทายาเพียงอย่างเดียว อาจจะต้องพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการรักษาด้วย

  • วิธีรักษาหลุมสิวแบบ Ioe piok soar

เนื่องจากเป็นหลุมสิวที่รักษายากที่สุด เพราะฉะนั้น การใช้ทรีทเม้นท์หรือสกินแคร์ ยารักษา อาจไม่เพียงพอ ควรรักษาโดยการพบแพทย์ผิวหนังเท่านั้น เพื่อให้แพทย์วิเคราะห์และหาทางแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและถูกวิธี โดยอาจมีการทำหัตถการมากกว่า 1 อย่าง เช่น การทำทรีทเม้นร่วมกับเลเซอร์ หรือการทำ Subcision ร่วมกับเลเซอร์

สิวแบบไหนที่สามารถกลายเป็นหลุมสิวได้

  1. สิวหัวช้าง

มีลักษณะเป็นตุ่มบวม เมื่อกดลงไปจะรู้สึกเหมือนมีเม็ดไตแข็งๆ อาจเป็นสิวแบบมีหัวหรือไม่มีหัวก็ได้ เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง รักษาให้หายยาก และไม่ควรบีบเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้อักเสบก่อให้เกิดหลุมสิวในที่สุด

  1. สิวอักเสบ

หนองที่เกิดขึ้นจากสิวอักเสบจะเข้าไปทำลายผิวบริเวณผิวหนัง และทำลายคอลลาเจนในผิว เมื่อสิวหายแล้วทำให้การรักษาผิวไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ร่างกายจึงต้องสร้างพังผืดเพื่อมารักษาแผล ก่อให้เกิดเป็นหลุมสิว

ลักษณะของหลุมสิว

มีลักษณะเป็นหลุมเล็กๆบนผิว ทำให้ผิวขรุขระไม่เรียบเนียนหรือเป็นรอยบุ๋มลงไป เมื่อเทียบกับผิวหนังข้างเคียงมองเห็นเป็นหลุมลึกแบบชัดเจน บางคนอาจจะกระจายทั่วใบหน้า หรือบางคนมีเป็นจุดๆ เป็นหลุมแผลเป็นทิ้งไว้บนใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส หน้าโทรมและรักษาได้ยากกว่าปัญหาสิว

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีหลุมสิว

เมื่อมีปัญหาหลุมสิวเกิดขึ้น หากต้องการรักษาให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีจะต้องอาศัยวิธีทางการแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด

สิ่งที่ควรทำเมื่อมีหลุมสิว

  • ดูแลผิวไม่ให้เกิดอาการอักเสบและเกิดสิวเพิ่ม ด้วยการล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ลดอาหารมันและอาหารหวาน ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจดก่อนนอนทุกคืน
  • หมั่นทายาที่มีส่วนผสมของกรดและวิตามินเอ หรือทำทรีทเม้นท์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวหนัง
  • ในกรณีที่กำลังรักษาหลุมสิว โดยแพทย์ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • งดสัมผัสบริเวณแผล เช่น การบีบ แคะ เกาลูก หลายบริเวณใบหน้า
  • ห้ามใช้เครื่องสำอางตกแต่งหรือปกปิดหลุมสิว เพราะจะยิ่งเกิดการอุดตันมากขึ้น
  • งดผลิตภัณฑ์ที่ผสมแอลกอฮอล์ น้ำหอม น้ำมันและไวท์เทนนิ่ง
  • หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นละอองสิ่งสกปรกควันต่างๆ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

วิธีรักษาหลุมสิว

  1. เลเซอร์

เป็นการรักษาที่ให้ประสิทธิภาพสูง โดยการใช้คลื่นแสงที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกัน ยิงไปที่ผิวหน้า ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำลายพังผืดที่ยึดก้นหลุมสิวเอาไว้ ช่วยให้เซลล์ผิวถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในเวลาอันสั้น ส่งผลให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ เลเซอร์ที่นิยมนำมารักษาจะมีอยู่ 2 แบบ คือ  Erbium Yag Laser เลเซอร์ที่ใช้ความยาวคลื่น 2,490 นาโนเมตร ส่วนอีกแบบก็คือเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ ใช้ความยาวคลื่น 10600 นาโนเมตร 

ข้อดีของการรักษาด้วยเลเซอร์ คือ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน สร้างเซลล์ผิวใหม่ ผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้ผิวชั้นบนเรียบเนียนขึ้น และสามารถลดปัญหารูขุมขนกว้างได้ แต่จะต้องทำ 4-6 ครั้งขึ้นไป และเว้นระยะห่างในการรักษาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ชั้นผิวมีระยะเวลาการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่มาทดแทนผิวที่เสียหาย

ข้อควรระวังคือหลังจากทำเลเซอร์ จะมีผลข้างเคียง ผิวแดง มีการตกสะเก็ด ผิวแห้ง ลอก อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น งดการออกแดดจัดและทาครีมกันแดดทุกครั้ง

  1. กรอผิวด้วยเกล็ดอันนี้มณี

เป็นการผลัดเซลล์ผิวโดยการใช้เครื่องมือกรอผิวหนังชั้นกำพร้าออก ด้วยเกล็ดอัญมณีที่มีขนาดเล็ก เพื่อเผยผิวใหม่ที่ร่างกายสร้างมาแทนที่ แถมยังช่วยให้คอลลาเจนและโปรตีนผิวทำงานได้ดีขึ้น วิธีนี้จะต้องใช้ความชำนาญของแพทย์สูง โดยทั่วไปจะต้องทำต่อเนื่อง 8-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปัญหาสิว ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความชำนาญของแพทย์ สำหรับการกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณีมีข้อควรระวังก็คือ อาจมีการระคายเคืองผิว มีรอยแดง หรือผิวไวต่อแสงแดด ทำให้เกิดรอยดำ รอยด่างขาวได้

  1. การทำทรีทเม้นท์ AHA

เป็นการลอกผิวหน้าด้วยกรดผลไม้ โดยจะลอกผิวหรือผลัดเซลล์ผิวชั้นบนออก เพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดการทำงานของเม็ดสี ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ รอยแดง รอยดำจากสิวได้ดี

  1. การผ่าตัดหลุมสิว

เป็นการผ่าตัดเพื่อเย็บปิดปากหลุมสิวที่เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ทันใจ เหมาะกับหลุมสิวที่มีขนาดใหญ่ หรือหลุมแบบแอ่งกระทะ แต่การรักษาด้วยวิธีนี้ขึ้นอยู่กับอายุสภาพผิว ความลึก ความกว้าง ลักษณะของรอยหลุม และการตอบสนองของแต่ละคนด้วย

ข้อดี คือ เป็นวิธีการสร้างแผลใหม่ ซึ่งเวลาที่ผิวเกิดการบาดเจ็บ หรือมีแผลใหม่ และทำลายพังผืด ก็จะมีการกระตุ้นคอลลาเจนไปในตัว ทำให้เห็นผลการรักษาแบบชัดเจน

ข้อควรระวัง คือ หลังการผ่าตัดจะต้องดูแลตัวเองอย่างดี โดยอาจจะใช้เวลาถึง 2 เดือนรอยแผลจึงจะเริ่มดีขึ้น และควรหลีกเลี่ยงแสงแดดประมาณ 2 สัปดาห์และห้ามโดนน้ำอย่างน้อย 3 วัน

  1. การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มหลุมสิว

เป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในผิว เพื่อแก้ปัญหาริ้วรอย การหย่อนคล้อย หรือปัญหาหลุมสิวเมื่อฉีดเข้าไปจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น ผิวจะอิ่มฟู กระชับ และเรียบเนียนขึ้น  วิธีนี้สามารถรักษาได้เห็นผลประมาณ 30-70% เพราะเป็นการฉีดสารเข้าไปเติมเต็มในทันที ไม่ต้องรอให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาเอง เหมาะสำหรับคนที่มีรอยหลุมไม่เกิน 1 ปี และหลุมสิวประเภท Rolling Scar เพราะยังไม่มีพังผืดเกาะที่หลุม

ข้อดี คือ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ชุ่มชื้น ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ไม่เกิดรอยแผลสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เลย

ข้อควรระวัง คือ อาจจะต้องเลือกทำกับหมอที่มีความชำนาญเท่านั้น เพราะหากบริเวณหลุมมีพังผืด หมอจะต้องใช้เข็มเซาะพังผืดพร้อมๆไปกับการเติมฟิลเลอร์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม

  1. คลื่นวิทยุ

วิธีนี้จะคล้ายกับการใช้เลเซอร์ โดยใช้คลื่นวิทยุ RF เป็นการปล่อยพลังงานที่ทำให้เกิดความร้อนที่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนที่ผิวชั้นล่าง แต่ก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน เช่น หน้าบวมแดง ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะคล้ายกับการเลเซอร์

  1. ฉีดเมโสรักษาหลุมสิว

การฉีดเมโสที่มีส่วนผสมช่วยให้ลดรอยดำบนใบหน้า รวมถึงวิตามินต่างๆที่ช่วยบำรุงผิว เช่น คอลลาเจน, โคเอนไซม์, วิตามิน a, b, c, e, g, glutatione ช่วยกระชับรูขุมขน พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เซลล์ผิวใหม่ ช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมผิวให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น เหมาะกับการรักษาหลุมสิวที่มีความรุนแรงไม่มาก หลังจากฉีดเมโสจะทำให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ฟูเด้ง เรียบเนียน ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

  1. แต้มด้วยกรด TCA

เป็นกรดที่ใช้ลอกผิวหน้า ช่วยรักษาหลุมสิวมีความเข้มข้นตั้งแต่ 10 ถึง 100% โดยจะแต้มทิ้งไว้ 3-4 นาที แล้วล้างออก จะเกิดเป็นรอยด่างขาวขึ้น แล้วทิ้งไว้ 3-4 วัน รอยด่างจะกลายเป็นสะเก็ดแผลสีน้ำตาล ห้ามแกะเด็ดขาด ปล่อยให้หลุดออกเองตามธรรมชาติ หลุมสิวจะถูกกระตุ้นให้ตื้นขึ้น

ข้อควรระวังในการรักษาหลุมสิว

  • การใช้กรด AHA ควรใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยเป็นประจำ เพราะกรดชนิดนี้มีความไวต่อแดด อาจทำให้หน้าไหม้ได้
  • ไม่ควรใช้กรด AHA ติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจทำให้เซลล์ผิวบาง หรือหากใช้แล้วเกิดการระคายเคืองเป็นผื่นควรหยุดใช้ทันที
  • การใช้สมุนไพรรักษาผิวหน้า ควรล้างสมุนไพรให้สะอาดก่อนทุกครั้ง เพราะในสมุนไพรบางชนิดมีน้ำยาง อาจทำให้ระคายเคืองต่อผิวได้

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว

การป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ การพยายามป้องกันไม่ให้ตัวเองมีสิวอักเสบ หรือหากเป็นสิวก็ต้องรีบหาทางรักษา เพื่อให้สิวยุบตัวเร็วขึ้น โดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทำให้ผิวเติมเต็มหลุมสิวได้เหมือนเดิม 100% แต่อาจทำให้เซลล์เนื้อเยื่อใหม่ฟื้นฟูและเติมเต็มหลุมได้ถึง 70 – 80% 

  • รีบรักษาสิวให้เร็วที่สุดและถูกวิธี เมื่อเกิดสิวอักเสบและสิวหัวช้าง หรือสิวที่มีขนาดใหญ่ ควรรีบรักษาและไปพบแพทย์ผิวหนังให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้รักษาอย่างถูกวิธี อย่าให้สิวลุกลามไปจนถึงชั้นผิวหนังจนทำให้เกิดเป็นหลุมสิวได้
  • ป้องกันไม่ให้เกิดสิวอักเสบ เมื่อเกิดสิวอุดตันควรรีบรักษาให้ถูกวิธี เพื่อไม่ให้ลามกลายเป็นสิวอักเสบในอนาคต
  • ห้ามแกะ บีบ สะกิดสิว หรือขัดถูบนใบหน้าแรงๆ เพราะการบีบเค้นจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น แถมยังเป็นการทำร้ายชั้นผิวที่ลึกขึ้น ทำให้แผลหายยาก ร่างกายจะใช้เวลานานในการสมานแผล ยิ่งทิ้งไว้นานก็จะยิ่งเกิดพังผืดมากขึ้น จนกลายเป็นหลุมถาวรรักษาได้ยาก และเมื่อแผลหายห้ามแกะสะเก็ดเด็ดขาด เพราะจะทำให้กระบวนการรักษาแผลต้องทำใหม่อีกครั้ง แผลจึงหายช้าลง

การดูแลผิวหน้า ให้ห่างไกลจากหลุมสิว

  1. ทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจด

Ultimate micropeel ผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกอย่างอ่อนโยน เผยผิวใหม่ที่เนียนนุ่ม ปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใส

คุณสมบัติ

ช่วยผลัดเซลล์ผิว ประกอบด้วยสารผลัดเซลล์ผิว AHA ได้แก่ lactic, lactobionic, glycolic, malic, citric และ tartaric acid ให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออก ลดการอุดตัน ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดเลือนรอยดำต่างๆบนผิว และมี Enzimatic peel ช่วยปรับ สภาพผิวให้สว่างกระจ่างใสและเรียบเนียนยิ่งขึ้น

ส่วนประกอบสำคัญ

– Exfoliating and renewer ประกอบด้วยสาร AHA และเอนไซม์ ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว

ให้ผิวแลดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น

– postbiotic เป็นส่วนประกอบที่ได้จากการหมักบ่มจุลินทรีย์ที่มีส่วนช่วยในการปรับความสมดุลของ

จุลินทรีย์บนผิว ช่วยส่งเสริมเกราะปกป้องผิวให้ดูแข็งแรง ผิวดูสุขภาพดี ลดโอกาสการเกิดผิวระคาย

เคือง

– Anti-pollution ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ เช่น มลภาวะ ฝุ่น ควัน ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้ว

รอยก่อนวัย

– Squalane น้ำมันสกัดที่ได้จากธรรมชาติ ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น เรียบเนียน และยืดหยุ่น

วิธีใช้

– ใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

– ใช้เช็ดหลังทำความสะอาดผิวหน้าและซับให้แห้ง เขย่าขวดก่อนใช้ เทลงบนแผ่นสำลี เช็ดให้ทั่วใบหน้า

เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

 

  1. ทาครีมบำรุงให้เหมาะกับสภาพผิว

Meso hyal post-procedure gel cream ผลิตภัณฑ์ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่มีริ้วรอย ปกป้องผิวจาก สภาพแวดล้อมภายนอก สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของผิว และช่วยรักษา ผลลัพธ์หลังการทำหัตถการความงามที่เกี่ยวข้องกับกรดไฮยาลูโรนิกให้คงอยู่ยาวนานขึ้น

ส่วนประกอบสำคัญ

– Polynucleotides (PDRN) ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่มีริ้วรอยให้ผิวแลดูยืดหยุ่น และรู้สึกกระชับช่วยส่งเสริมการคงอยู่ของคอลลาเจนตามธรรมชาติในผิว และช่วยให้ผิวแลดูแข็งแรงขึ้น

– Pro-hyaluron system ช่วยบำรุงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และช่วยส่งเสริมการคงอยู่ของกรดไฮยาลูโรนิก

ตามธรรมชาติในผิว

Pollutox นวัตกรรมการปกป้องผิวที่รวบรวมสารแอนติออกซิแดนท์ ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันสาเหตุของอนุมูลอิสระจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่ทำร้ายผิว ซึ่งทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของผิว เช่น การเกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ ผิวหยาบกร้าน

วิธีใช้

– ใช้ปริมาณพอเหมาะ บีบลงบนฝ่ามือ วอล์มเล็กน้อย ค่อยกดเบาๆให้ทั่วใบหน้าจนครีมซึมเข้าสู่ผิว หลีกเลี่ยงอย่าให้เข้าตา

 

  1. ใช้ผลิตภัณฑ์ลดการเกิดสิว

acne one ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผิวเป็นสิว ผิวมันหรือมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนผิว และช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ ช่วยลดการอุดตันบริเวณรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

ส่วนประกอบสำคัญ

– m.acne complex สารผลัดเซลล์ผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ เพื่อเผยผิวใหม่ที่ดูกระจ่างใสขึ้น

ลดเลือนจุดด่างดำให้ดูจางลง และช่วยขจัดความมันส่วนเกิน

– Bexaretinyl complex อนุพันธ์ของเรตินอล ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ ให้หลุดลอกออก เพื่อลดสาเหตุของการอุดตัน หรือการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

– Serenoa serrulata Fruit Extract ช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนผิว

วิธีใช้

– ใช้ปริมาณพอเหมาะ บีบลงบนฝ่ามือวอล์มเล็กน้อย ค่อยกดเบาๆให้ทั่วใบหน้าจนครีมซึมเข้าสู่ผิว หลีกเลี่ยงอย่าให้เข้าตา

 

สำหรับใครที่หน้าเป็นหลุมเยอะมาก ไม่รู้จะเริ่มต้นรักษาอย่างไรดี อันดับแรกต้องรู้ก่อนว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้หน้าเป็นหลุม และดูว่าเรามีพฤติกรรมที่ทำร้ายผิวหรือไม่ เช่น การบีบหรือกดสิว การดูแลความสะอาด และปัจจัยภายนอกอย่างมลภาวะต่างๆ ในกรณีที่สิวเกิดขึ้นแล้ว ก็ควรรีบทำการรักษา เพื่อลดโอกาสการเกิดหลุมสิว หากอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความรุนแรง และแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสม หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่าง mesoestetic ไม่ว่าจะเป็นคลีนซิ่งทำความสะอาดผิวหน้า เซรั่มและครีมบำรุงผิว ก็เอาอยู่ทุกปัญหาผิวเลยค่ะ

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published.