การล้างหน้าเป็นขั้นตอนพื้นฐานของการดูแลผิวที่หลายคนมองข้าม หากเลือก โฟมล้างหน้า ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดปัญหาผิวตามมามากมาย เช่น สิวอุดตัน ผิวแห้งตึง หรือระคายเคืองได้ ดังนั้น จึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว และล้างหน้าให้ถูกวิธี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการมีผิวสุขภาพดี สะอาดใส ไร้สิว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ โฟมล้างหน้าประเภทต่าง ๆ วิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว พร้อมเคล็ดลับการล้างหน้าที่ถูกต้อง เพื่อให้ผิวของคุณได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
โฟมล้างหน้า คืออะไร ? ทำไมจึงจำเป็นสำหรับการทำความสะอาดผิว ?
โฟมล้างหน้า (Facial Foam) หรือ คลีนเซอร์ (Cleanser) เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ที่ถูกออกแบบมา เพื่อช่วยทำความสะอาดผิวหน้าจากสิ่งสกปรก เชื้อโรค ฝุ่นละออง ความมันส่วนเกิน เชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ และเครื่องสำอางบางประเภทได้อย่างสะอาดหมดจด
การล้างหน้าให้สะอาด เป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับผิว เนื่องจากผิวของคนเรา มีการขับน้ำมันออกมา เพื่อปกป้องผิวจากฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่อยู่ในอากาศ เมื่อมารวมกับเหงื่อไคลและเชื้อแบคทีเรีย ก็สามารถทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนและกลายเป็นสิวในที่สุด นอกจากนั้น ผิวของคนเรา ยังมีการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติอยู่เป็นประจำ จึงทำให้เกิดการหมักหมมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และถ้ายิ่งมีคราบไขมันปนเปื้อนหรือมีฝุ่นละอองเหนียว ๆ ด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะทำให้กระบวนการการผลัดเซลล์ผิวใหม่เกิดขึ้นได้ช้าลง ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งสกปรกที่มาจากสิ่งแวดล้อมภายนอก และเครื่องสำอางหลายชนิดไม่สามารถละลายน้ำได้ ด้วยเหตุนี้ การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถที่จะขจัดสิ่งสกปรกเหล่านี้ออกไปได้ จำเป็นต้องใช้โฟมล้างหน้าที่มีสารที่มีคุณสมบัติทำให้คราบ และสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวหน้า แตกตัวเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กและละลายน้ำได้ โดยไม่ทำร้ายหรือระคายเคืองผิว แต่ยังควรรักษาความชุ่มชื้นของผิวเอาไว้ได้
โฟมล้างหน้า มีกี่ประเภท ?
ผลิตภัณฑ์ประเภทโฟมล้างหน้า สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
แบ่งตามลักษณะการเกิดฟอง
โดยแบ่งออกเป็น
- โฟมล้างหน้าแบบมีฟอง
ซึ่งเป็นฟองที่หนานุ่ม เนื่องจากมีส่วนผสมของสารในกลุ่ม SLS (sodium lauryl sulfate) อาจทำให้ผิวแห้งตึง และเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวหลังใช้ - โฟมล้างหน้าแบบไม่มีฟอง
โฟมล้างหน้าประเภทนี้ ไม่มีประจุไฟฟ้า ทำให้มีค่า PH ใกล้เคียงกับผิวหน้าของคนเรา จึงไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง และยังสามารถชำระล้างออกได้ง่าย ไม่ทิ้งสารตกค้าง จึงไม่ทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน สาเหตุของการเกิดสิว เหมาะกับผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่าย และมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย
แบ่งตามลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์และสูตรต่างๆ
มีลักษณะที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
- โฟมล้างหน้าเนื้อครีม
เนื้อครีมมักนุ่ม และมีความอ่อนโยนต่อผิวค่อนข้างสูง อาจมีส่วนผสมของเม็ดบีทต์ ช่วยสครับผิวในบางยี่ห้อ - โฟมล้างหน้าเนื้อเจล
จะมีความบางเบามากกว่าเนื้อครีม อ่อนโยนต่อผิว เหมาะกับผิวมัน รวมไปถึงผู้ที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย - โฟมล้างหน้าเนื้อบาล์ม
มีลักษณะคล้ายออยล์ มีจุดเด่นคือช่วยกักเก็บ และเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว - โฟมล้างหน้าแบบสบู่
มีให้เลือกหลายสูตรตามสภาพผิว ราคาไม่แพง มีความเป็นด่างสูง เมื่อเทียบกับโฟมล้างหน้าประเภทอื่น ๆ จึงสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองในบางราย - โฟมล้างหน้าแบบ Exfoliating
โฟมล้างหน้าประเภทนี้ สามารถทำความสะอาดผิวและผลัดเซลล์ผิวได้ในเวลาเดียวกัน โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง - โฟมล้างหน้าแบบซินเด็ท (Syndets)
Syndet มาจากสารทำความสะอาดสังเคราะห์ (synthetic detergent) ซึ่งเป็นประเภทของสารทำความสะอาด ที่ทำมาจากสารลดแรงตึงผิว พัฒนามาจากโฟมแบบสบู่ โดยมีค่าความเป็นด่างน้อยกว่า - โฟมล้างหน้าแบบผงแป้ง หรือแบบผง
เป็นนวัตกรรมใหม่ของโฟมล้างหน้า ที่เมื่อสัมผัสกับน้ำ ผงทำความสะอาดนี้จะเปลี่ยนเป็นโฟมหนานุ่มทันที ช่วยขจัดสิ่งสกปรก และทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลือกใช้โฟมล้างหน้าแบบไหน ให้เหมาะกับสภาพผิว ?
การเลือกผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้าที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว เป็นสิ่งสำคัญ โดยมีเคล็ดลับในการเลือกใช้ ดังต่อไปนี้
- ผิวธรรมดา
สามารถใช้โฟมล้างหน้าได้แทบทุกชนิด เพื่อผิวสะอาด สุขภาพดีมากขึ้น ควรเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง - ผิวมัน
ควรเลือกโฟมล้างหน้าที่มีคุณสมบัติในการควบคุมความมัน เช่น โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของสารช่วยกระชับรูขุมขน หรือดูดซับความมัน เพื่อป้องกันการเกิดสิวและรักษาความสดชื่นให้กับผิว - ผิวแห้ง
ควรเลือกโฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น เช่น กรดไฮยาลูโรนิค หรือโปรตีนจากพืช รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนของน้ำมันธรรมชาติ น้ำผึ้ง รวมไปถึงมอยส์เจอร์ไรเซอร์ - ผิวบอบบาง แพ้ง่าย
ควรเลือกโฟมล้างหน้าที่ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ กรดผลไม้ เพราะอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ หรือมีการรับรองจากแพทย์ผิวหนัง - ผิวผสม
ผิวผสมมักมีทั้งผิวมันและผิวแห้งในบริเวณต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า T-zone คือบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง ควรเลือกโฟมล้างหน้า ที่สามารถปรับสมดุลผิวได้ มีความอ่อนโยน ช่วยขจัดความมันส่วนเกิน และช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
ล้างหน้าอย่างไรให้ถูกวิธี ?
การล้างหน้าอย่างถูกวิธีสามารถช่วยป้องกันปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น สิว ผิวแห้ง หรือผิวหมองคล้ำได้ ซึ่งไม่เพียงแค่การเลือกโฟมล้างหน้าให้เหมาะสมกับสภาพผิว แต่ยังเกี่ยวข้องกับวิธีที่ถูกต้องในการล้างหน้าด้วย ก็จะช่วยให้ผิวสะอาดและสุขภาพดี มีเคล็ดลับดังนี้
- เลือกโฟมล้างหน้าที่เหมาะสม
เช่น ผิวมันควรเลือกโฟม ที่ช่วยควบคุมความมัน ส่วนผิวแห้ง ควรเลือกสูตรที่ให้ความชุ่มชื้น และสำหรับผิวแพ้ง่าย ควรเลือกโฟมล้างหน้าที่ปราศจากน้ำหอมและสารเคมีรุนแรง - ล้างมือก่อนล้างหน้า
เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกหรือน้ำมันจากมือ ไปสัมผัสกับผิวหน้าของคุณ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนตามมา - ใช้น้ำอุณหภูมิพอเหมาะ
ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำเย็นในการล้างหน้า เพราะน้ำที่ร้อนเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง ส่วนการใช้น้ำเย็น สามารถช่วยกระชับรูขุมขนได้ - ล้างหน้าอย่างเบามือ
การถูหรือขัดแรงเกินไปอาจทำให้ผิวระคายเคือง ควรใช้มือในการนวดเบา ๆ เพื่อให้ โฟมล้างหน้าทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง โดยให้นวดเป็นวงกลมจากกลางใบหน้าออกไป - ล้างหน้าในระยะเวลาที่เหมาะสม
ควรล้างหน้าประมาณ 20-30 วินาที ไม่ควรใช้เวลานานเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ - เช็ดหน้าด้วยผ้าเนื้อนุ่ม
หลังจากล้างหน้าเสร็จ ควรใช้ผ้าขนหนู หรือทิชชู่เนื้อนุ่ม ในการซับน้ำออกจากผิวหน้า ไม่ควรเช็ดถูแรง ๆ เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคือง - ไม่ล้างหน้าบ่อยเกินไป
การล้างหน้ามากเกินไปสามารถทำให้ผิวแห้งและสูญเสียความชุ่มชื้น ควรล้างหน้า 2 ครั้งต่อวัน คือ เช้าและเย็น
ชี้เป้า 3 โฟมล้างหน้า ตัวท็อป hydracream fusion , Brightening foam , purifying mousse สะอาดล้ำลึกถึงรูขุมขน
hydracream fusion , Brightening foam , purifying mousse ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตัวดัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำความสะอาดผิวจาก mesoestetic
- hydracream fusion
เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า สูตรสำหรับผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย มีความอ่อนโยนต่อผิว ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก สะอาดหมดจด โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง มีลักษณะเป็นโฟมล้างหน้าเนื้อครีม เมื่อลูบไล้บนผิว เนื้อครีมจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเนื้อออยล์ ให้ผิวชุ่มชื้น เนียนนุ่ม ด้วยคุณสมบัติของ- Bio – Balancing Action
ช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์บนผิว มีส่วนผสมสำคัญอย่าง post biotic ซึ่งเกิดจากการหมักบ่มจุลินทรีย์ Lactobacillus ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง ป้องกันการระคายเคืองของผิว ปรับสมดุลให้ผิว ทำให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี - Anti-Pollution & Anti -OxidatingAction
มีคุณสมบัติช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ ฝุ่น ควัน ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้า และรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ - Nourishing
ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและเนียนนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีส่วนประกอบของ Squalane ซึ่งเป็นน้ำมันสกัดที่ได้จากธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม เก็บความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวได้ยาวนาน พร้อมเสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง ยืดหยุ่น สุขภาพดี
- Bio – Balancing Action
- Brightening foam
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ผิว ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ เหมาะสำหรับผิวธรรมดาและผิวผสม ทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด ไม่แห้งตึง ด้วยเนื้อครีม -เจล ที่เมื่อลูบไล้บนผิวที่เปียก จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นโฟม ฟองละเอียดนุ่ม ที่ไม่เพียงมี Bio – Balancing Action ที่ช่วยปรับสมดุลให้แก่ผิว โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหรือเกิดการระคายเคือง และ Anti-Pollution & Anti -Oxidating Action ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้ลึกถึงรูขุมขนเท่านั้น แต่ยังมี Renewer & Brightening ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ประกอบด้วย AHA 2 ชนิด คือ GLYCOLIC ACID ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น พร้อมด้วย LACTIC ACID ช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน ทั้งยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวด้วย - Purifying mousse
เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าเนื้อมูสนุ่มละเอียด สูตรสำหรับผิวมันและผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย มีคุณสมบัติช่วยขจัดความมันส่วนเกิน และสิ่งสกปรกที่เกิดจากมลภาวะต่าง ๆ ที่ตกค้างบนผิว ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง นุ่ม สบายผิว ไม่เพียงมีส่วนประกอบอย่าง Bio – Balancing Action และ Anti-Pollution & Anti -Oxidating Action เท่านั้น แต่ยังมี KERATOLYTIC ซึ่งประกอบด้วย Chlorhexidine ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และ Purifying ที่ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ประกอบไปด้วย Salicylic acid และ Lactic acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพได้อย่างอ่อนโยน ช่วยขจัดความมันที่อุดตันรูขุมขน และรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวตามธรรมชาติ
การเลือกโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว และการล้างหน้าให้ถูกวิธี เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผิวสะอาดใส ลดปัญหาผิวเสียสะสม ไม่ว่าจะเป็น สิว ความมันส่วนเกิน หรือผิวแห้งตึง จะช่วยให้คุณดูแลผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากการใช้โฟมล้างหน้าที่เหมาะสมแล้ว ควรล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่ถูแรงเกินไป และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ พาราเบน และซัลเฟต เพื่อปกป้องสมดุลผิวให้แข็งแรง สุขภาพดี สะอาดใส ดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
คำถามที่พบบ่อย
Q : ควรล้างหน้าวันละกี่ครั้งถึงจะดีต่อผิว ?
A : แนะนำให้ล้างหน้า วันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็น เพราะหากล้างหน้าบ่อยเกินไป อาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ง่าย
Q : ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นดีกว่ากัน ?
A : การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นอ่อน ๆ จะช่วยเปิดรูขุมขนและขจัดสิ่งสกปรกได้ดี จากนั้นควรล้างน้ำสุดท้ายด้วยน้ำเย็น เพื่อกระชับรูขุมขนและทำให้ผิวสดชื่น
Q : ล้างหน้าเสร็จแล้ว ต้องเช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนูไหม ?
A : สามารถใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับหน้าเบา ๆ แทนการถูแรง ๆ เพื่อป้องกันการระคายเคือง หรือเลือกใช้กระดาษทิชชู่สำหรับใบหน้า เพื่อความสะอาดและลดการสะสมของแบคทีเรีย
Q : โฟมล้างหน้าที่มีเม็ดสครับ ช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ดีไหม ?
A : โฟมล้างหน้าที่มีสครับช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า แต่ไม่ควรใช้ทุกวัน เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคือง ควรใช้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น
Q : หลังล้างหน้าควรบำรุงผิวอย่างไร ?
A : หลังล้างหน้า ควรใช้โทนเนอร์ เซรั่ม และมอยส์เจอไรเซอร์ตามลำดับ เพื่อฟื้นฟูและล็อคความชุ่มชื้นให้ผิว โดยเฉพาะหากใช้โฟมล้างหน้าที่มีฤทธิ์ขจัดความมัน