“สครับผิว” เคล็ดลับของการมีผิวสวยสุขภาพดี

               การสครับผิวเป็นวิธีการดูแลผิวรูปแบบหนึ่ง โดยหลักการของการสครับผิวนั้นก็คือการขจัดเอาเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไปอย่างอ่อนโยนพร้อมทั้งยังช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพลงไป ด้วยเหตุนี้การทำสครับผิวจึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในการเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว ยิ่งหลังจากที่ไปโดนแสงแดดแรง ๆ อย่างการไปทะเลหรือไปทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานผิวของเราจะคล้ำเสียก็จะทำสครับผลัดเซลล์ผิวที่คล้ำเสียและสร้างผิวใหม่ขึ้นมาแทน เพราะหากยิ่งปล่อยไว้ก็จะหมองคล้ำเสียสะสมจนเกิดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอตลอดจนปัญหาผิวอื่น ๆ อย่างกระ ฝ้า และจุดด่างดำตามมา วันนี้เราลองมาทำความเข้าใจกันดีกว่าว่าการทำสครับนั้นแท้จริงแล้วประโยชน์อย่างไร และจำเป็นแค่ไหนที่ต้องทำสครับผิว แอบกระซิบว่ามีสูตรสครับดี ๆ มาแนะนำด้วย ถ้าอยากรู้แล้วก็อย่ารอช้ารีบตามไปดูพร้อมกันได้เลย

ทำไมต้องมีการผลัดเซลล์ผิว

โดยธรรมชาติของมนุษย์จะมีการผลัดเซลล์ผิวอยู่แล้วเรียกว่ากลไก skin cell turnover  ที่เซลล์ผิวเก่าจะหลุดลอกออกเป็นขี้ไคลและจะมีการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาทดแทนของเก่าที่เสื่อมสภาพ โดยกลไกนี้จะเกิดในทุก ๆ 28 วันหรือประมาณหนึ่งเดือน เพราะเป็นวัฏจักรของเซลล์ผิวมนุษย์ที่จะมีอายุขัยประมาณนี้ โดยกลไกก็คือเซลล์ผิวใหม่จะถูกสร้างจากชั้นใต้ผิวหรือชั้นหนังแท้ (Dermis) แล้วจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นมาปกคลุมในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เซลล์ผิวเก่าที่เคยอยู่ก็จะผลัดหลุดลอกออกไป

เซลล์ผิวที่ถูกผลัดออกไปกว่า 80% จึงอยู่ที่ชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเซลล์ผิวบริเวณชั้นหนังกำพร้านี้จะยึดติดกันด้วยโครงสร้างที่ชื่อว่าคอร์นีโอเดสโมโซม (corneodesmosome) ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเซลล์ผิวให้เกาะติดกัน เมื่อเซลล์หมดอายุขัยแล้วก็จะมีเอนไซม์ออกมาสลายสะพานเชื่อมนี้ทำให้เซลล์ผิวหลุดออกไปเองโดยธรรมชาติ เผยเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่

ดังนั้น การผลัดเซลล์ผิวเป็นกลไกที่มีอยู่เดิมแล้วตามธรรมชาติ การที่เราใช้สครับผลัดเซลล์ผิวก็เป็นเพียงการกระตุ้นกลไกตามธรรมชาติเพื่อให้เซลล์ผิวผลัดตัวได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ได้มีอันตรายอะไร เพราะการสครับก็เหมือนกับการขัดผิว ผลพลอยได้นอกจากจะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวแล้วยังช่วยทำความสะอาดผิวขจัดสิ่งสกปรกอุดตันตามรูขุมขนให้หลุดออกไปได้ด้วย

ทำไมการสครับผิวจึงสำคัญ?

อย่างที่เรารู้กันแล้วว่าผิวของเรามีรอบวงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติอยู่ ซึ่งถ้าวงจรการผลัดเซลล์ผิวนั้นเป็นไปโดยปกติก็จะทำให้เรามีผิวที่สวยสุขภาพดีเรียบเนียนสม่ำเสมออยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าวงจรการผลัดเซลล์ผิวนั้นมีปัญหาหรือเกิดชะงักขึ้นมา นั่นเท่ากับว่าผิวของเราก็จะเริ่มหมองคล้ำและไม่เรียบเนียนขาดความชุ่มชื้น นอกจากนั้นยังทำให้รูขุมขนกว้าง เกิดปัญหาสิ่งสกปรกอุดตัน แน่นอนว่าจะเกิดเป็นปัญหาสิวต่าง ๆ อย่างสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวอุดตัน ฯลฯ ตามมาได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังทำให้สกินแคร์และสารบำรุงในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่สามารถซึมซาบสู่ผิวได้เต็มประสิทธิภาพ การบำรุงดูแลผิวก็จะเห็นผลช้า ดังนั้น การสครับผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญ จะทำให้ผิวของเราสุขภาพดีชุ่มชื้นเนียนใสอยู่เสมอ

สาเหตุที่ทำให้วงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติชะงัก

สาเหตุที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติมีปัญหานั้นหลัก ๆ เลยก็คือเรื่องของความเสื่อมตามธรรมชาติของเซลล์ผิว เมื่อเราอายุมากขึ้นอัตราการผลัดเซลล์ผิวก็จะน้อยลง อันเนื่องมาจากมีการผลิตเซลล์ผิวใหม่น้อยลง โดยอัตราเฉลี่ยในการผลัดเซลล์ผิวของคนในแต่ละช่วงวัยนั้นพอสรุปได้ ดังนี้

เด็กเล็กใช้เวลาประมาณ 14 วัน 

เด็กอายุ 10-19 ปี จะใช้เวลาประมาณ 14-28 วัน

ผู้ใหญ่วัย 20-29 ปี จะใช้เวลาประมาณ 14-30 วัน

ผู้ใหญ่วัย 30-39 ปี จะใช้เวลาประมาณ 30-42 วัน

ผู้ใหญ่วัย 40-49 ปี จะใช้เวลาประมาณ 30-42 วัน

ผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป จะใช้เวลาประมาณ 45-84 วัน

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผิวของคนมีอายุเสื่อมสภาพและผลัดตัวช้าลงนั้นเกิดมาจากผิวชั้นเบซัลเซลล์ซึ่งทำหน้าที่สร้างเซลล์เคราติโนไซต์จะแบ่งตัวลดลง ส่งผลให้ผิวชั้นหนังกำพร้าบางลงตามไปด้วย แน่นอนว่าผลที่ตามมาก็คือการผลัดตัวของเซลล์ผิวก็จะน้อยลง

นอกจากนั้นยิ่งอายุมากขึ้นเซลล์ไฟโบรบลาสท์ (Fiberblast) ที่อยู่ในชั้นหนังแท้ก็จะน้อยลง ซึ่งเจ้าเซลล์นี้ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน พอเซลล์ไฟโบรบลาสท์ลดจำนวนลงก็จะทำให้การสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์ผิวเก่าน้อยลงตามไปด้วย กลไกการผลัดเซลล์ผิวก็จะมีปัญหา เพราะไม่มีเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ

ไม่เพียงเท่านั้นยิ่งอายุมากขึ้นเอนไซม์ในเซลล์ไฟโบรบลาสท์ ยังทำงานไม่สมดุลกัน ซึ่งก็คือเอนไซม์ MMPs ที่ทำหน้าที่ย่อยคอลลาเจน และเอนไซม์ TIMPs ที่ทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ MMPs โดยในสภาวะปกติหรือในวัยหนุ่มสาวเอนไซม์ MMPs จะต่ำ ส่วนเอนไซม์ TIMPs จะสูง คอลลาเจนใต้ผิวก็จะไม่ถูกทำลาย เซลล์ผิวใหม่ก็จะถูกสร้างออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่หากเซลล์ไฟโบรบลาสท์เสื่อมลงตามวัยปริมาณเอนไซม์ MMPs จะสูงขึ้นแต่เอนไซม์ TIMPs กลับต่ำลง ส่งผลให้สร้างคอลลาเจนได้ลดน้อยลง แน่นอนว่าเซลล์ผิวใหม่ก็จะผลิตออกมาได้น้อยลง การผลัดเซลล์ผิวก็น้อยลงตามไปด้วย

นอกจากความเสื่อมของเซลล์ผิวตามวัยแล้วสาเหตุที่ทำให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติทำได้ช้าลงก็อาจจะมาจากสาเหตุที่เซลล์ผิวของเราแก่ก่อนที่จะหมดอายุขัยตามรอบวัฏจักรการสร้างเซลล์ผิว ซึ่งสาเหตุสำคัญเลยที่ทำให้ผิวของเราแก่เร็วนั่นก็คือแสงแดด เพราะในแสงแดดจะมีทั้งรังสี UVA และ UVB ที่จะเข้ามาทำร้ายผิวทำให้ผิวเกิดความหมองคล้ำ หยาบกร้าน และทำให้เกิดปัญหาผิวอย่างพวกกระ ฝ้า จุดด่างดำ และริ้วรอยตามมา

ไม่เพียงเท่านั้นรังสียูวียังกระตุ้นให้เอนไซม์ MMPs หลั่งออกมามากกว่าปกติ ซึ่งจะไปทำลายคอลลาเจนและหยุดกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้กลไกการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติช้าลง การทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดควบคู่ไปกับการทำสครับผิวจะช่วยป้องกันเซลล์ผิวแก่หรือเสื่อมสภาพและยังช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าเพื่อเผยผิวใหม่ที่สดใสและแข็งแรงกว่าเดิม

แจกสูตรสครับผิวทำตามได้ง่าย ๆ หาได้ในห้องครัว

การทำสครับผิวเปป็นการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปอย่างอ่อนโยน หลักการของการสครับก็คือการผลัดเซลล์ผิวด้วยแรงกายภาพ (Mechanical Exfoliation) เราจะอาศัยการออกแรงขัดผิวด้วยวัตถุดิบที่มีความสากและหยาบพอประมาณเพื่อเป็นการทำความสะอาดผิวและรูขุมขนไปด้วย เช่น ผงสมุนไพร เกลือ น้ำตาล กากกาแฟ เป็นต้น

แต่ทั้งนี้การใช้แรงทางกายภาพอย่างเดียวอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองผิวขึ้นมาได้หากขัดถูแรง ๆ อีกทั้งยังไม่อาจผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกได้อย่างหมดจด เพราะว่าจะไม่สามารถเข้าไปสลายโครงสร้างคอร์นีโอเดสโมโซมที่เชื่อมยึดเซลล์ผิว ซึ่งโครงสร้างนี้จะต้องใช้สารที่มีฤทธิ้ป็นกรดอ่อน ๆ จากผลไม้เข้าไปช่วย หรือที่เรียกว่าการผลัดเซลล์ผิวด้วยกลไกทางเคมี (Chemical Exfoliants) โดยจะพบได้ในมะขามเปียก โยเกิร์ต แตงกวา มะเขือเทศ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้สูตรสครับที่เรานำมาแจกจึงจะเป็นสครับที่ผสานทั้งการใช้แรงทางกายภาพและกลไกทางเคมีเอาไว้ด้วยกัน เพื่อให้การสครับผลัดเซลล์ผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

  1. สครับน้ำตาลทราย+มะเขือเทศ+น้ำมันมะพร้าว

นำมะเขือเทศมาบด ผสมกับน้ำตาลทรายและน้ำมันมะพร้าวพอให้ได้เนื้อข้น ๆ แล้วนำมาพอกขัดนวดบนผิว ทิ้งไว้ประมาณ 10- 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ในมะเขือเทศจะมีไลโคปีน (Lycopene) ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว น้ำตาลจะช่วยผลัดเซลล์ผิว ส่วนน้ำมันมะพร้าวจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว

  1. สครับน้ำตาลทราย+น้ำผึ้ง+น้ำมะนาว

สครับสูตรนี้จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว เพียงแค่ผสมน้ำผึ้งกับน้ำตาลทรายคนให้เข้ากัน จากนั้นบีบน้ำมะนาวตามลงไป ระวังอย่างให้เหลวจนกลายเป็นน้ำ จากนั้นนำมาทาพอกขัดถูเบา ๆ บนผิวหนัง แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 – 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด น้ำตาลทรายและกรดอ่อน ๆ จากมะนาวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ส่วนน้ำผึ้งจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว

  1. มะขาวเปียก+ผงขมิ้น+น้ำผึ้ง

สครับสูตรนี้เริ่มจากการนำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำผึ้งและผงขมิ้นหรือจะเป็นผงสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ก็ได้ จากนั้นนำมาถูพอกบนผิวหนัง ทิ้งไว้ประมาณ 20 – 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ระหว่างทำอาจจะมีความรู้สึกแสบคันผิวเล็กน้อยเนื่องจากกรดอ่อน ๆ ในมะขามเปียก ซึ่งจะช่วยผลัดเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี ส่วนน้ำผึ้งจะช่วยลดการระคายเคืองและเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

  1. กากกาแฟ+โยเกิร์ต+น้ำผึ้ง

นำกากกาแฟมาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติและน้ำผึ้ง จากนั้นนำมาทาพอกและขัดถูบนผิวหนังทิ้งไว้ 10 – 15 นาที ตัวกากกาแฟที่นอกจากจะช่วยขัดผิวแล้วยังช่วยขยายหลอดเลือดให้เลือดสูบฉีดได้ดี และยังช่วยดูดซับดีทอกซ์สิ่งสกปรกและสารเคมีตกค้าง ส่วนโยเกิร์ตจะมีกรดอ่อน ๆ ช่วยผลัดเซลล์ผิว และยังมีน้ำผึ้งช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว

  1. ข้าวโอ๊ต + มะเขือเทศ +น้ำผึ้ง

สครับสูตรนี้เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง เพราะจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว นำข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย มะเขือเทศ 2 ลูก และน้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ มาบดผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปขัดถูบนผิวหนังทิ้งไว้ 10 – 15 นาที ข้าวโอ๊ตจะมีวิตามินอีช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและบำรุงให้ผิวเรียบเนียน กรดผลไม้และไลโคปีนในมะเขือเทศจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใส ส่วนน้ำผึ้งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

การสครับผิวถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนการดูแลผิวที่เราจะขาดไม่ได้เลย เพราะวิธีชีวิตของเราในแต่ละวันไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารเคมีและมลภาวะที่มาทำร้ายผิวได้ ผลที่ตามมาก็คือผิวของเราก็จะสะสมสิ่งสกปรกและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นแน่นอน กระบวนการผลัดเซลล์ผิวก็จะมีปัญหาตามมา การสครับผิวอยู่เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ผิวของเรากลับมาสุขภาพดีขึ้นได้แน่นอน ลองนำสูตรสครับผิวที่เรานำมาฝากนี้ไปทำตามกันดูได้ ปลอดภัยเห็นผลจริง