บ๊ายบายขาเบียด บอกลาต้นขาใหญ่ ใส่อะไรก็สวย

“ขาเบียด” ปัญหาที่มักมาพร้อมกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นของหนุ่มสาวทุกยุคสมัย ที่ไม่เพียงทำลายความมั่นใจให้สูญหายไปเท่านั้น แต่ถ้าขาเบียดกันนานเข้า อาจทำให้เกิดแผลในจุดที่ขามีการเสียดสีกันบริเวณต้นขาด้านในได้ และอาจทำให้รู้สึกเจ็บ เดินไม่สะดวก ส่งผลต่อบุคลิกภาพไปกันอีกระดับ ในบทความนี้ เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับที่มาของอาการขาเบียด และเรียนรู้ถึงปัจจัยกระตุ้นต่างๆ เพื่อที่จะได้หาทางป้องกัน ทั้งยังเผยเคล็ดลับการลดต้นขาเพื่อลดอาการขาเบียดอีกด้วย

ขาเบียด คืออะไร?

“ขาเบียด” เป็นลักษณะของต้นขาที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากการสะสมของไขมันส่วนเกินรวมถึงเซลลูไลท์ที่บริเวณต้นขามากจนเกินไป จนไม่มีช่องว่างหรือระยะห่างระหว่างขาทั้งสองข้าง  ทำให้ขาเกิดอาการแนบชิดติดกัน ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณขาหนีบมีสีดำคล้ำขึ้น มีรอยแดงและอาจเกิดแผลได้ในบางรายที่ขาเสียดสีกันมากจนเกินไป ไม่เพียงเท่านั้นอาการขาเบียด ยังสามารถทำให้เกิดความอับชื้นในร่มผ้า เกิดปัญหาที่จุดซ่อนเร้นตามมาได้ด้วย นอกจากนั้น ไขมันที่สะสมอยู่ที่บริเวณต้นขา ยังสามารถพัฒนาให้กลายเป็นภาวะ Lipedema หรือภาวะบวมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้ไขมันกระจายออกไปตามส่วนต่าง ๆ มีความผิดปกติ จนสังเกตได้ชัดว่าบริเวณต้นแขน ต้นขา และสะโพก ดูบวมขึ้นนั่นเอง

เซลลูไลท์กับขาเบียด

เซลลูไลท์ (Cellulite) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ผิวเปลือกส้ม” เป็นลักษณะอาการของเซลล์ไขมันที่เคลื่อนตัวสูงขึ้นมาสะสมอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง มีลักษณะขรุขระ เหมือนเปลือกส้มหรือผิวมะกรูด สามารถพบได้บ่อยทั้งบริเวณต้นขา สะโพก ต้นแขน และบริเวณหน้าท้อง โดยตัวเซลลูไลท์จะมีความแตกต่างจากไขมันธรรมดาที่สามารถกำจัดออกจากร่างกายได้ง่ายกว่า แต่เซลลูไลท์กำจัดได้ยาก ต้องอาศัยหลายวิธีและหลายปัจจัยร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งการนวดผิวหนัง ร่วมกับการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร

ขาเบียดเกิดจากอะไร

ปัญหาขาเบียดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายในอย่างพันธุกรรม โรคอ้วน หรือจากลักษณะของการใช้ชีวิตในแต่ละวัน นอกจากนั้นยังมีพวกสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้น ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอกได้อีกด้วย ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  • เกิดจากพันธุกรรม
    วิธีการสังเกตคือให้ดูพ่อแม่ ญาติพี่น้องว่ามีลักาณะโครงสร้างร่างกายแบบไหน ถ้าหากมีแนวโน้มเป็นคนลักษณะรูปร่างใหญ่ สะโพก ต้นขาใหญ่ คนรุ่นต่อมา ก็มีโอกาสสูงที่จะมีลักษณะรูปร่างเช่นนั้นด้วย รวมไปถึงโรคอ้วน ที่ในหลายกรณีเกี่ยวข้องกับลักษณะพันธุกรรม ที่มีบรรพบุรุษเป็นโรคอ้วน ลูกหลานก็เสี่ยงที่จะมีอาการเช่นนั้นด้วย
  • พฤติกรรมการรับประทานอาหาร
    การรับประทานอาหารที่มากเกินพอดี มากเกินความจำเป็นของร่างกาย โดยเฉพาะอาหารจำพวก แป้ง น้ำตาลและอาหารที่มีไขมันทรานส์สูง เช่น ของทอด ของมัน ขนมขบเคี้ยวต่างๆ ทำให้เกิดอาการขาเบียดได้ เนื่องจากอาหารประเภทนี้ มักทำให้เกิดการสะสมของไขมันตามจุดต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณต้นขา นานวันเข้าก็จะทำให้ขาเบียด เนื่องจากการพอกพูนของไขมันส่วนเกินที่มากเกินไป ไม่เพียงเท่านั้น การรับประทานอาหารอย่างไม่ระวังสามารถทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือโรคอ้วนได้
  • ดื่มน้ำน้อย
    “น้ำ” นับเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญของร่างกาย ไม่เพียงทำให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเผาผลาญได้อย่างดียอดเยี่ยมด้วย แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง โดยจะทำให้ระบบการทำงานของร่างกายขาดความสมดุล และทำให้ระบบการเผาผลาญบกพร่อง เมื่อร่างกายไม่สามารถเผาผลาญพลังงานได้ตามปกติ ก็จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันบริเวณต้นขามากขึ้นจนกลายเป็นขาเบียดได้
  • การนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานาน
    ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะ ว่าการนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานานติดกันและทำอย่างสม่ำเสมอนั้น สามารถทำให้เกิดอาการขาเบียดได้ เนื่องจากจะทำให้เส้นเลือดในบริเวณต้นขาถูกกดทับเอาไว้ ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของเลือดเกิดการติดขัด จนทำให้เกิดการสะสมของไขมันบริเวณต้นขาได้
  • ไม่ออกกำลังกาย
    การออกกำลังกาย ดูเหมือนเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน เนื่องด้วยสภาพสังคมที่ทำให้เอื้อต่อการนั่งอยู่กับที่ นั่งอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้มีการขยับของร่างกายได้น้อยลง ร่างกายไม่ได้ใช้พลังงาน อาหารที่รับประทานเข้าไป ไม่ได้ถูกเผาผลาญ ทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่บริเวณต้นขาได้โดยง่าย ถึงแม้จะไม่ได้รับประทานอาหารที่มีไขมันมากก็ตาม
  • การดื่มแอลกอฮอล์
    การดื่มแอลกอฮอล์ จะส่งผลให้เซลล์มีการสูญเสียน้ำ ทำให้กระบวนการกำจัดของเสียออกจากร่างกายทำงานได้ไม่ดีนัก นอกจากนั้นแอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์ในการทำร้ายเซลล์ตับ ทำให้ตับไม่มีประสิทธิภาพในการกำจัดสารพิษได้ดีพอ จนเกิดการสะสมอยู่ในร่างกาย และกลายเป็นเซลลูไลท์เจ้าปัญหาที่เกาะอยู่ตามจุดต่างๆได้
  • การสูบบุหรี่
    การสูบบุหรี่มีแนวโน้มที่ทำให้เกิดการจับตัวของไขมันในร่างกายจนเกิดเป็นเซลลุไลท์ได้โดยง่าย เนื่องจากสารนิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ จะเข้าไปอุดตันในเส้นเลือดใหญ่ ทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัวลง นอกจากนั้นยังทำให้สารก่อมะเร็งต่างๆที่อยู่ในบุหรี่เข้าไปทำร้ายเซลล์ผิว ทำให้เกิดคลื่นเซลลูไลท์ได้โดยง่าย
  • ความไม่สมดุลของระบบฮอร์โมนในร่างกาย
    โดยปกติฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเป็นตัวกระตุ้นไขมันในร่างกาย และผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากกว่าผู้ชาย ทำให้มีไขมันมากกว่าผู้ชาย ในขณะที่ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะเป็นตัวที่ทำลายระบบการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองให้เสียไป ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษและยังทำลายโครงสร้างผิวหนังให้เกิดความหย่อนคล้อย สูญเสียความยืดหยุ่น จึงทำให้ผิวเป็นก้อน ไม่เรียบเนียน
  • ความบกพร่องของระบบขับถ่ายของเสีย
    ถ้าหากระบบการขับถ่ายของเสียในร่างกาย ทำงานได้ไม่ดีหรือไม่เต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นตับ ไตหรือระบบการไหลเวียนของเลือดผิดปกติ ของเสียที่สะสมเอาไว้ในร่างกายนานวันเข้าจะค่อยๆก่อตัวเป็นเซลลูไลท์หรือไขมันขึ้นได้

ขาเบียดแก้ไขได้อย่างไรบ้าง?

ในปัจจุบันมีวิธีการมากมายที่ช่วยในการแก้ปัญหาขาเบียด ที่ช่วยลดการสะสมของไขมันและเซลลูไลท์ที่บริเวณขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่ทำให้สามารถรักษาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น ดังต่อไปนี้

  • สลายไขมันต้นขาโดยการใช้ความเย็น (Coolsculpting)
    วิธีสลายไขมันต้นขาโดยการใช้ความเย็น(Coolsculpting) ลดขาเบียด เป็นการใช้เทคโนโลยีสลายไขมันเฉพาะจุดด้วยความเย็น โดยมีหลักการทำงานคือ จะใช้หัวดูดปล่อยความเย็นที่มีอุณหภูมิ -11°C เข้าไปแช่แข็งเซลล์ไขมันที่ถูกดูดขึ้นมาประมาณ 35 นาที จากนั้นจะนวดเพื่อให้เซลล์ไขมันตายและมีการลดจำนวนลงอย่างถาวร ก่อนที่จะถูกขับออกไปตามธรรมชาติ วิธีการสลายไขมันต้นขาโดยการใช้ความเย็นนี้ จะทำให้เซลล์ไขมันบริเวณนั้นๆลดลงได้ถึง20-30% ต่อการทำ 1 ครั้งและจะสังเกตเห็นว่าต้นขามีสัดส่วนที่เล็กลง ทำให้ขาเบียดกันน้อยลง ช่องว่างระหว่างขาทั้งสองข้างมีมากขึ้น จะเห็นผลได้อย่างเต็มที่หลังทำประมาณ 3 เดือน ช่วยลดไขมันได้อย่างถาวร ไม่เป็นอันตรายต่อผิวชั้นนอก เป็นวิธีการที่เหมาะกับคนที่มีค่า BMI<35 ที่ต้องการสลายไขมันในปริมาณปานกลาง และไม่ต้องการเสี่ยงกับการผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการดูดไขมันต้นขา
  • เมโสแฟตต้นขา
    เมโสแฟตต้นขา เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดขาเบียด ที่ไม่เพียงนิยมใช้ลดเหนียงหรือแก้มเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาฉีดเพื่อลดต้นขาได้ด้วย วิธีการคือ จะฉีดตัวยาเมโสที่มีคุณสมบัติในการสบายไขมันเข้าสู่ชั้นผิว ที่จะออกฤทธิ์กระตุ้นระบบการทำงานของ metabolism ทำให้ไขมันแตกตัวหรือสลายตัว แล้วหลังจากนั้นจะถูกขับออกทางระบบการขับถ่ายธรรมชาติของร่างกาย ในรูปแบบของเหงื่อ อุจจาะ และปัสสาวะ ไม่เพียงเท่านั้น เมโสแฟตต้นขา ยังสามารถดึงไขมันส่วนเกินในร่างกายมาใช้เป็นพลังงานได้ด้วย ส่งผลให้ปริมาณไขมันที่ต้นขาลดลง ทำให้ขาเล็กลง ไม่เบียดกัน มีความกระชับมากขึ้น ทั้งยังไม่ทำให้ผิวหย่อนคล้อยด้วย ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนประมาณ 1-3 สัปดาห์ และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 2-3 เดือน ในกรณีที่ลูกค้ามีไขมันในปริมาณที่มาก อาจจะต้องฉีดซ้ำประมาณ 4-5 ครั้ง จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารรถใช้วิธีการฉีดเมโสแฟตลดขาเบียดร่วมกับหัตถการอื่นๆได้ด้วย เช่นการสลายไขมันโดยการใช้ความเย็น เพื่อช่วยกระตุ้นให้เซลล์ไขมันลดจำนวนลงได้อย่างถาวร เป็นต้น
  • ยกกระชับต้นขาด้วย Thermage FLX
    วิธี Thermage FLX เป็นการใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ยิงลงสู่ชั้นผิวได้ลึกถึงชั้นผิวหนังแท้รวมถึงชั้นไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง มีประสิทธิภาพในการช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทั้งยังสามารถช่วยสลายไขมันส่วนเกินตามจุดต่างๆของร่างกายได้ดี เช่นใบหน้า ลำตัว หน้าท้อง หรือต้นขา  เป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่มีปริมาณไขมันสะสมไม่มากแต่มีผิวหนังส่วนเกินในชั้นบนมาก ผิวย้วย ไม่กระชับ การทำ Thermage FLX จะช่วยให้ผิวที่ต้นขาด้านในมีความกระชับขึ้น ช่วยลดอาการขาเบียดได้ นอกจากนั้นพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตได้ ทำให้ร่างกายสามารกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้ดีขึ้นด้วย
  • การดูดไขมันต้นขา
    การดูดไขมันต้นขา (Liposuction) เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่อยู่ในข่ายของการศัลยกรรมรูปแบบหนึ่ง โดยแพทย์จะกรีดแผลที่ต้นขาด้านใน ที่มีขนาด 3 mm. เข้าไปตามจุดที่จะดูดบริเวณละ 1-2 จุด  เพื่อที่จะสามารถสอดท่อที่ใช้ดูดไขมัน     จากนั้นจะใช้เครื่องดูดไขมันที่มีระดับของพลังงานที่แตกต่างกัน โดยเป็นคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency Assisted Liposuction)  ที่จะเข้าไปเพื่อกระตุ้นให้ก้อนไขมันในชั้นผิวเกิดการแตกตัวเป็นโมเลกุลที่มีขนาดเล็ก หลังจากนั้นเริ่มทำการดูไขมันที่ต้นขาด้านใน ต้นขาด้านหน้า และด้านหลังออกมา  การดูดไขมันต้นขา (Liposuction) เป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่มีปริมาณไขมันมากๆ(มีค่า BMI > 35)  หลังทำอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น เช่น มีอาการปวดหรือบวมช้ำ จะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนานกว่า 1 เดือน สิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกดูดไขมันกับแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำหัตถการดังกล่าว ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดรอยแผลเป็น ผิวหนังเป็นคลื่น มีการอักเสบติดเชื้อจนถึงขั้นเสียชีวิตตามที่เป็นข่าวมากมายที่ปรากฏอยู่ในสื่อ
  • การผ่าตัดยกกระชับต้นขา
    การผ่าตัดเพื่อช่วยในการยกกระชับต้นขา และลดขาเบียด เป็นลักษณะของการผ่าตัดเพื่อนำเนื้อที่หย่อนยานและไขมันที่สะสมที่บริเวณต้นขาด้านในออกมา ในวิธีการนี้เป็นหัตถการที่ต้องมีการดมยาสลบ เหมาะกับคนที่มีปริมาณการสะสมของไขมันเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากที่ผ่าตัดแล้วจะช่วยให้ต้นขากระชับขึ้นและมีสัดส่วนที่ดีขึ้น ซึ่งอาจจะต้องมีการพักฟื้นเป็นเวลานาน ต้องทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เนื่องจากจะต้องมีการเย็บแผลที่บริเวณขาหนีบ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นแบบถาวรขึ้นได้ และในการผ่าตัดลดขาเบียดนี้ ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลคีลอยด์ได้ง่าย
  • ใช้เจลร้อน
    เจลร้อน เป็นหนึ่งวิธีที่ถูกนำมาใช้สำหรับการลดสัดส่วน โดยส่วนใหญ่จะประกอบด้วยสารสกัดที่ช่วยเร่งให้เกิดการเผาผลาญ เช่น สารสกัดจากพริก, คาเฟอีน, แคปซาซิน ส้มแขก ไคโตซาน และโกโก้ ทำให้เกิดความร้อนลงสู่ชั้นใต้ผิว วิธีการคือ ให้ใช้เจลร้อนนั้นนวดคลึงที่ต้นขาไปเรื่อยๆอย่างน้อย 20-30 นาทีต่อวัน เพื่อให้ไขมันเกิดการแตกตัว วิธีการเช่นนี้ สามารถช่วยให้เซลลูไลท์ที่ต้นขาลดลง ทั้งยังช่วยให้ต้นขาเล็กลงได้ แต่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผลชัดเจน
  • การนวดขาเรียว
    การนวดต้นขาไม่เพียงแค่ช่วยให้เกิดการผ่อนคลายและลดความตึงของกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ไขมันส่วนเกินที่บริเวณต้นขาแตกตัว มีขนาดที่เล็กลง และมีการขับของเสียเหล่านั้นออกมาทางน้ำเหลืองได้ง่ายขึ้น วิธีการนวดที่ถูกต้องคือ ให้ใช้มือโกยเนื้อต้นขาด้านนอกและด้านในขึ้นเป็นวงกลมถี่ๆ ในทิศทางเข้าหาต่อมน้ำเหลือง ข้างละ 20 ครั้งจากนั้นใช้มือทั้งสองข้างบิดเนื้อต้นขาในทิศทางตรงกันข้ามกันเหมือนเวลาบิดผ้า ข้างละ 30 ครั้ง ทำต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน ไม่เพียงแต่ช่วยลดไขมันที่ต้นขา แต่ยังทำให้ขาเรียวขึ้น ช่วยลดขาเบียดได้
  • วิธี Carboxy Therapy
    Carboxy Therapy เป็นการใช้เข็มที่มีขนาดเล็กแทงผ่านผิวหนังลงไป จากนั้นให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ให้กระจายตัวเข้าไปในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณต้นขา เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เส้นเลือดในบริเวณนั้นเกิดการขยายตัว ทำให้เลือดมีการไหลเวียนไปเลี้ยงต้นขาได้ดีขึ้น ทำให้ต้นขาได้รับปริมาณออกซิเจนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการคั่งของของเหลวระหว่างเซลล์ในส่วนนั้นๆ ทำให้เซลล์ไขมันเกิดการสลายตัวลดลง ส่งผลให้เนื้อเยื่อผิวหนังมีความกระชับเต่งตึงขึ้น ทำให้ขาดูเรียวขึ้น ช่วยลดอาการขาเบียดได้ แต่จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง 15-20 ครั้งขึ้นไป และทำทุก1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • การฉีดขาเรียว (Lipo Dissolve)
    การฉีดขาเรียว (Lipo Dissolve) หรือ LLD (Lipolytic Lymphatic Drainage) เป็นลักษณะวิธีการของการสลายเซลล์ไขมัน โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ในการทำลายเซลล์ไขมันในเนื้อเยื่อชั้นไขมันให้เกิดการแตกตัว พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพช่วยกำจัดไขมันในบริเวณต้นขาได้อย่างรวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง เห็นผลได้ชัดเจนภายใน 2-4 สัปดาห์ โดยที่ไม่ทำให้เกิดอาการบวม
  • วิธี Z Lipo & Z Wave
    Z Lipo & Z Wave เป็นการผสาน 2 เทคนิคในการลดไขมันเฉพาะจุดเข้าด้วยกัน โดยใช้ระดับความเย็น -5°C ถึง -10°C ควบคู่กับการสั่นสะเทือนใต้ชั้นผิว ในส่วนของ Z Lipo จะทำหน้าที่ในการดูดไขมันในบริเวณที่ต้องการขึ้นมา แล้วทำให้เกิดการสั่นสะเทือน เพื่อให้เซลล์ไขมันเกิดการแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆให้สามารถกำจัดออกไปจากร่างกายได้ง่ายขึ้น แล้วหลังจากนั้น จึงปล่อยคลื่นความเย็นเพื่อไปแช่แข็งเซลล์ไขมันที่ตายแล้ว ส่วน Z Wave จะทำหน้าที่ส่งคลื่นความถี่เข้าไปที่ชั้นไขมัน เพื่อให้ระบบน้ำเหลืองลำเลียงไขมันส่วนเกินให้ออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น วิธีการเช่นนี้ จะส่งผลให้ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนและเซลลูไลท์ที่เกาะอยู่ในชั้นไขมันบริเวณต้นขาลดลง ทำให้ขาเล็กลง เบียดกันน้อยลง อาจจะมีผลข้างเคียงหลังทำ คือมีรอยแดงหรือรอยช้ำบ้างเล็กน้อย เป็นวิธีการที่เรียกได้ว่ามีความปลอดภัย โดยไม่ส่งผลข้างเคียงในระยะยาวให้กับผิว
  • การฉีดโบท็อกลดต้นขา
    การฉีดโบท็อกลดต้นขา เป็นการใช้สาร Botulinum toxin ฉีดเข้าไปยังกล้ามเนื้อบริเวณต้นขา โดยโบท็อกจะมีสารที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อทั้งเล็กและใหญ่ให้เล็กลงชั่วคราว เป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาต้นขาใหญ่จากกล้ามเนื้อเท่านั้น เนื่องจากว่าสารโบท็อกจะไม่สามารถกำจัดในส่วนที่เป็นไขมันได้ หลังฉีดจะเห็นผลลัพธ์ภายใน 7-14 วัน แต่จะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนใน1 เดือน และผลลัพธ์ดังกล่าวจะอยู่ได้นาน 4-6 เดือน และจะต้องกลับมาฉีดซ้ำใหม่
  • การใส่สายรัดขาเรียว
    สายรัดขาเรียว มีลักษณะคล้ายปลอกขาที่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อสำหรับออกกำลังกาย แต่มีความยืดหยุ่นมากกว่า มักใส่สายรัดต้นขาก่อนเข้านอนหรือในระหว่างวัน เพื่อช่วยเก็บต้นขาที่หย่อนคล้อยให้ดูกระชับมากขึ้น เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน จะต้องใส่เป็นประจำและต่อเนื่องจึงจะเห็นผล

ทำไมต้องแก้ปัญหาขาเบียดด้วย bodycare solutions by mesoestetic

เพื่อลดปัญหาขาเบียด ต้นขาใหญ่  mesoestetic ได้คิดต้นและพัฒนา bodycare solutions  ผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่างและผิวพรรณ ช่วยแก้ปัญหาไขมันส่วนเกิน ปัญหาเซลลูไลท์ รวมถึงผิวขาดความยืดหยุ่น รอยแตกลาย ได้อย่างตรงจุด โดยมีผลิตภัณฑ์ในเซ็ททั้งหมด 4 ผลิตภัณฑ์ด้วยกัน คือ

  • Bodyshock intensive mist
    เป็นสเปรย์เข้มข้น ที่ช่วยสลายไขมันเนื้อ biphasic โดยแยกเป็นสองส่วน ช่วยในการสลายไขมัน ลดการสะสมของไขมันเฉพาะจุด โดยเฉพาะจุดที่กำจัดออกได้ยาก โดยเนื้อสเปรย์มีความบางเบา เมื่อนวดแล้วจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นน้ำมันและซึมซาบลงสู่ผิวอย่างรวดเร็ว สามารถใช้ก่อนออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ของการออกกำลังกายให้ดีมากขึ้น โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ
  • L-Canitine ที่ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมัน ทั้งยังช่วยสลายและลดการสะสมไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีอีกด้วย
  • Caffeine ช่วยส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญไขมัน
  • (meso) adipoactive complex ช่วยสลายไขมันอย่างได้ผล ลดการสะสมไขมัน ลดการเกิดเซลลูไลท์ ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญเซลล์ไขมันอย่างได้ผล โดยการทำงานร่วมกันของ glycerophosphocholine lysine และ valine เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการเมทาบอลิซึ่มของร่างกาย
  • Sylbum marium extract เป็นสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการอักเสบ
  • Arnica extract เป็นสารสกัดจากดอกอาร์นิก้า ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังหลอดเลือด ช่วยป้องกันอาการบวม
  • Bodyshock celluxpert
    เป็นเจลครีมนวดเซลลูไลท์ ที่ช่วยป้องกันและลบเลือนผิวเปลือกส้ม ด้วยการกระตุ้นการกำจัดของเสีย ช่วยสลายไขมัน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด  ทั้งยังช่วยให้ผิวกระชับขึ้นด้วย  โดยมีส่วนผสมของสารสกัดเกรดพรีเมี่ยม ดังนี้
  • L-Carnitine ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมัน ช่วยสลายและลดการสะสมไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย ลดการเกิดเซลลูไลท์
  • Caffeine ช่วยส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย
  • Arnica extract เป็นสารสกัดจากดอกอาร์นิก้า ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังหลอดเลือด ช่วยป้องกันอาการบวมอักเสบ
  • brassicaalbaและCapsaicin สารสกัดจากดอกเบราซิกา ที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโน ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญ และแคปไซซิน ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้จากพริกแดง ช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน
  • Organicsilicon ช่วยในการสร้างคอลลาเจน และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ช่วยให้โครงสร้างของผิวแข็งแรงมากขึ้น มีความเรียบเนียน พร้อมทั้งช่วยป้องกันการเกิดเซลลูไลท์
  • Bodyshock firm’ up

      เป็นครีมกระชับสัดส่วน สำหรับบริเวณของผิวที่มีความหย่อนคล้อย สูญเสียความยืดหยุ่น ช่วยทำให้ผิวกระชับและมีความ        เต่งตึงมากยิ่งขึ้น โดยมีส่วนประกอบสำคัญ ดังต่อไปนี้

  • Firmactivecomplex ประกอบด้วยคาเฟอนีและแอลคาร์ทินี ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยไลโปโซม ช่วยให้สารซึมผ่านผิวชั้นนอกได้ดี ทำให้ผิวหน้าท้อง และขากระชับขึ้นได้
  • Kigelia Africana เป็นสารสกัดจากผลไม้แอฟริกา มีสารซาโปนิน(Steroidal Saponins)และสารฟลาโวนอยด์ ลูทิโอนินและควอซิทิน(Luteolin and Quercetin) ช่วยทำให้เส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น มีความยืดหยุ่นและช่วยให้ผิวกระชับ
  • CentellaAsiatica ช่วยฟื้นบำรุงและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ทำให้ผิวรู้สึกกระชับ
  • กรดอะมิโนและโปรตีนจากพืช (serine, arginine, proline, hydrolyzed soy protein & wheat protein) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยส่งเสริมการสังเคราะห์องค์ประกอบในการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน คอลลาเจน อีลาสติน เพื่อปรับปรุงโครงสร้างค้ำจุนผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น แข็งแรงและมีความกระชับมากขึ้น
  • Bodyshock essential cream

เป็นมอย์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยป้องกันและลดรอยแตกลาย เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวรู้สึกสดชื่น เนียนนุ่มในทันที โดยมีส่วนผสมดังต่อไปนี้

  • L-Carnitine ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญของไขมัน ช่วยลดการสะสมของไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย ทั้งยังช่วยลดการเกิดเซลลูไลท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สารสกัดจากพืช Astragus root extract & Codonopsis pilosula ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูคอลลาเจนและอีลาสตินในร่างกาย ทำให้โครงสร้างของผิวแข็งแรงและมีความกระชับมากขึ้น ป้องกันการเกิดรอยแตกลาย ทั้งยังช่วยให้รอยแตกลายที่เกิดขึ้นแล้วจางลงได้
  • น้ำมันสกัดจากเมล็ดทานตะวัน อาร์แกนออยล์ เมล็ดMeadowfoam ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนมูลอิสระ ปกป้องและบำรุงผิวให้แข็งแรงและเนียนนุ่มมากขึ้น
  • เชียบัตเตอร์ (Shea Butter) เป็นไขมันธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
  • CentellaAsiatica ช่วยฟื้นบำรุงและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน

 

เลือกคลินิกสลายไขมันที่ต้นขาอย่างไรดี?

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีเทคนิควิธีการมากมาย ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยลดปัญหาขาเบียด และแน่นอนว่าในการเลือกใช้บริการสถานเสริมความงามหรือคลิกนิกต่างๆจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เพราะถ้าหากทำผิดวิธีหรือไม่มีความสะอาด แพทย์ไม่เชี่ยวชาญหรือทำกับหมอเถื่อน ไม่เพียงผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่านั้น แต่อาจส่งผลร้ายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นควรเลือกสถานเสริมความงามที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้

  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองของกระทรวงสาธารณสุข และมีเลขที่ใบอนุญาต 13 หลัก แจ้งติดป้ายเอาไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน
  • เลือกคลินิกที่มีแพทย์ประจำอยู่ด้วย เพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินสภาพปัญหา พร้อมแนะนำวิธีการรักษาที่ตรงจุด ซึ่งแน่นอนว่าวิธีการสลายไขมันต้นขามีหลากหลายวิธี แต่ทั้งนี้ ผู้ที่เข้ารับบริการควรปรึกษาแพทย์เพื่อจะได้รักษาได้อย่างเหมาะสม เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และในบางรายอาจจะเป็นไปได้ว่าจะต้องใช้การรักษามากกว่า 1 วิธี
  • มีเครื่องมือที่ทันสมัย ไม่เก่าจนเกินไป โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องที่ต้องใช้พลังงานความร้อนในการรักษา ถ้าใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน ราคาถูกเกินไป หรือเครื่องเก่าเกินไป อาจทำให้ประสิทธิภาพในการปล่อยพลังงานคลื่น แสงต่างๆน้อยลง ทำให้เห็นผลได้ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร
  • มีความน่าเชื่อถือ ทั้งในส่วนของการรีวิวจากลูกค้าที่เข้ามารับบริการจริงและในส่วนของพนักงานที่ให้บริการ ต้องมีความเป็นมืออาชีพ สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และมีความชัดเจนให้กับลูกค้าได้
  • มีการเปิดเผยข้อมูลของตัวยา สารต่างๆที่ใช้ รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่ปิดบัง และให้บริการข้อมูลต่างๆอย่างตรงไปตรงมา
  • มีการแจ้งราคาคอร์สต่างๆหรือโปรโมชั่นต่างๆอย่างชัดเจน โดยเน้นที่ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการรักษามากกว่าเน้นการขายคอร์สที่เกินความจำเป็น
  • มีการติดตามผลการรักษาที่เป็นระบบ พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมกรณีที่เกิดปัญหา
  • มีช่องทางการติดต่อที่สะดวก และมีการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ข้อควรรู้ก่อนลดต้นขา แก้ปัญหาขาเบียด

ก่อนที่จะลดต้นขา เพื่อแก้ปัญหาขาเบียด มีข้อควรรู้และต้องทำความเข้าใจก่อน ในเรื่องต่างๆดังต่อไปนี้

  • ก่อนลดต้นขา ต้องรู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร
    ก่อนเริ่มลดต้นขา ไม่ว่าจะเป็นการลดปริมาณอาหารบางชนิด การออกกำลังกาย หรือการทำหัตถการต่างๆ ควรหาสาเหตุให้พบว่า ปัญหาขาใหญ่ ขาเบียดที่เกิดขึ้นนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งการที่ขาใหญ่ ขาเบียด มักเกิดจาก 2 ลักษณะคือ
  • ขาใหญ่ ที่เกิดจากการสะสมของไขมันมากเกินไป
  • ขาใหญ่จากกล้ามเนื้อ

วิธีสังเกตง่ายๆคือให้นั่งเหยียดขาออก แล้วใช้มือบีบที่บริเวณต้นขาและดึงผิวหนังให้ยืดออก ถ้าหากว่าผิวมีการยืดออกได้มาก แสดงว่าต้นขาของคุณใหญ่ขึ้นเพราะมีการสะสมของไขมันและเซลลูไลท์มากกว่าปกตินั้นเอง

  • เรียนรู้การกินที่ถูกต้องเพื่อช่วยลดต้นขา
    ก่อนอื่น ต้องทราบว่าอาหารประเภทไหน ที่กระตุ้นให้มีการสะสมของไขมันตามผิวหนังรวมถึงต้นขา อย่างเช่นของทอด น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยวต่างๆ ที่อุดมไปด้วยแป้งและไขมัน ก็ให้ลดปริมาณการรับประทานอาหารประเภทนั้น แล้วเรียนรู้ที่จะรับประทานอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือความเข้าใจที่ว่าการอดอาหารช่วยลดต้นขาได้ เนื่องจากหลายคนเชื่อว่า การอดอาหารทำให้ผอมลงได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาที่สั้น ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น เพราะถ้าไม่ทานอาหารก็จะไม่อ้วน นี่เป็นความเข้าใจผิดที่ต้องได้รับการแก้ไข เนื่องจากว่าร่างกายของคนเราถูกสร้างให้ต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตของร่างกายและเพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ ดังนั้น ถ้าหากอดอาหารจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ทำให้ขาดสารอาหาร ผิวไม่สดใส ซีด    เนื่องจากร่างกายต้องการพลังงานจากสารอาหารเพื่อนำไปใช้งาน  แถมยังส่งผลกระทบต่ออารมณ์ เช่น อารมณ์เสียง่าย หงุดหงิดบ่อย และมีความคิดที่ช้าลงได้อีกด้วย ที่สำคัญ การอดอาหาร จะทำให้ร่างกายมีความโหยมากขึ้น ถ้าได้กินก็จะกินแบบไม่ยั้ง ไม่เพียงเท่านั้น การอดอาหารยังสามารถทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานผิดปกติได้ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เพื่อช่วยให้ปัญหาขาใหญ่ ขาเบียดลดลง เพียงแต่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้มีความถูกต้องและเหมาะสม โดยที่ร่างกายยังได้รับประโยชน์จากสารอาหารครบถ้วน ลดการสะสมของไขมัน ทั้งยังสามารถช่วยให้ต้นขากระชับขึ้น ดังนี้

  • เลี่ยงอาหารรสจัด
    เนื่องจากอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน สามารถทำให้เกิดการสะสมของไขมันขึ้นมาได้ เพราะการปรุงอาหารที่มีรสจัดนั้น มักมีส่วนผสมของเครื่องปรุงที่ให้ความเค็มอย่างเกลือหรือน้ำปลา ที่สามารถทำให้ปริมาณโซเดียมในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นได้ และทำให้ร่างกายเกิดการสะสมไขมันเพื่อเอาไว้ใช้มากขึ้นด้วย
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เพื่อช่วยปรับสมดุลน้ำในร่างกาย ทั้งยังปราศจากไขมัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภท โยเกิร์ต ผลไม้รสเปรี้ยว กล้วย มันฝรั่ง แคนตาลูป มะเขือเทศ ผักใบเขียวทุกชนิด
  • เลี่ยงอาหารที่มีรสหวาน
    ไม่ได้หมายความว่าทานไม่ได้ แต่ให้รับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเฉพาะอาหารประเภท เค้ก น้ำอัดลม หรือช็อกโกแลต เป็นต้น
  • เริ่มต้นออกกำลังกาย
    การออกกำลังกาย เป็นการทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อหลายส่วนที่เชื่อมโยงกัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกายมีความแข็งแรงและกระชับมากขึ้น รวมถึงต้นขาด้วย โดยมีวิธีออกกำลังกายที่หลากหลายให้เลือก ดังนี้
  • การวิ่ง
    เป็นประเภทการออกกำลังกายที่ตอบโจทย์ ในกรณีที่อยากจะลดไขมันที่ต้นขาแต่กล้ามเนื้อขาไม่มาก ที่นอกจากไขมันที่ต้นขาลดลงแล้ว ยังสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อในส่วนอื่นกระชับขึ้นด้วย
  • Sumo Squat
    Sumo Squat สามารถทำได้โดยการยืนตรง กางขาออกให้กว้าง กว่าหัวไหล่เล็กน้อย หลังจากนั้นให้เหยียดแขนไปด้านหน้าและย่อเข่าลงเหมือนกำลังจะนั่งลงบนเก้าอี้ ทำ 3 ครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ จะช่วยให้ต้นขา น่อง สะโพก และลำตัว แข็งแรงและกระชับมากขึ้น
  • ท่า Lungs
    ท่า Lungs ทำได้โดย ให้ยืนตรง แล้วกางขาออกเท่าประมาณหัวไหล่ ก้าวเท้าข้างหนึ่งออกไปข้างหน้า พร้อมย่อตัวลงให้หัวเข่าทำมุมที่ 90 องศา ค้างเอาไว้สักพัก แล้วนำเท้ากลับที่เดิม ให้ทำสลับข้างกันไป
  • Leteral lunges
    Leteral lunges มีวิธีการคือ ให้เริ่มด้วยการยืนตรง แยกขาออกจากกันประมาณช่วงหัวไหล่ จากนั้นให้ก้าวขาข้างขวาออกไปข้างลำตัวแล้วย่อลง ให้ขาซ้ายเหยียดตรงแล้วค้างไว้ ยืดตัวขึ้นนำขาขวากลับเข้าที่ ให้ทำสลับกันไปซ้ายขวา การออกกำลังกายท่านี้จะช่วยยกกระชับต้นขาด้านในได้เป็นอย่างดี
  • Side-Lying Leg Lift
    Side-Lying Leg Lift สามารถทำได้โดย เริ่มต้นที่การนอนตะแคง เท้าแขนหนุนศีรษะ เหยียดขาออกวางซ้อนกัน หลังจากนั้นให้หายใจเข้า แล้วยกขาบนขึ้น หายใจออก เอาขาบนลงไว้ที่เดิม ให้ทำประมาณรอบละ 10-12 ครั้ง แล้วเปลี่ยนข้างสลับกันไป การออกกำลังกายเช่นนี้ จะช่วยทำให้ต้นขากระชับและแข็งแรงขึ้น
  • Leg Raise
    ท่า Leg Raise สามารถทำได้โดยให้นอนราบกับพื้น แล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกัน ปลายเท้าชี้ขึ้นฟ้า ทำมุม 90 องศากับลำตัว ขณะที่ยกขาขึ้นลงแขนและหลังต้องแนบชิดกับพื้น ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง ต่อ 1 เซ็ท การออกกำลังกายท่านี้ สามารถลดขาเบียดและลดพุงได้ด้วย
  • การออกกำลังกายแบบโยคะ
    สำหรับใครที่ไม่ชอบออกกำลังกายแบบหนักๆ การออกกำลังกายแบบโยคะในท่าต่างๆก็สามารถช่วยได้ ทั้งในส่วนของต้นขา ต้นแขน ลำตัว กระชับและยืดหยุ่นได้ดีขึ้น โดยให้ทำต่อเนื่องวันละครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง นอกจากสุขภาพดีแล้ว ยังสามารถคลายเครียดได้ด้วย


ป้องกันขาเบียด ขาใหญ่อย่างไรให้ได้ผล

แน่นอนว่า ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่ถูกนำมาใช้ในด้านหัตถกรรมความงาม เพื่อช่วยลดปัญหาความบกพร่องต่างๆที่เกิดขึ้น รวมถึงปัญหาต้นขาใหญ่ ขาเบียดจนทำให้ความคล่องตัวในการใช้ชีวิตลดลง แล้วจะมีวิธีการช่วยลดต้นขา ไม่ให้ขาเบียดกันได้อย่างไรบ้าง

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    การออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หรือสร้างความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่างๆของร่างกายโดยรวมเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้ดีขึ้นอีกด้วย เพราะเมื่อกระบวนการเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น ก็จะส่งผลให้ปริมาณไขมันลดลง ช่วยลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับต้นขาได้ วิธีการออกกำลังกายที่ผู้คนนิยมอยู่ตอนนี้เรียกว่า HIIT” ซึ่งเป็นลักาณะการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานให้หมด จากนั้นจะเป็นการดึงเอาไขมันที่สะสมในร่างกายมาใช้เผาผลาญเป็นพลังงานทดแทน ทำให้ไม่มีไขมันส่วนเกินสะสมที่ต้นขาและส่วนต่างๆของร่างกาย  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การออกกำลังก