ยกกระชับหน้า แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยให้ตึงกระชับ

“หน้าหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ” หนึ่งในปัญหาผิวที่สร้างความหนักใจให้กับใครต่อใครมากมาย เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ราวกับว่าเป็นความหย่อนคล้อยตามอายุที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ การยกกระชับผิวหน้าหรือทำให้หน้าเต่งตึงขึ้นนั้นสามารถทำได้หลายวิธีในปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การทำความเข้าใจถึงปัญหาที่เป็นต้นตอของผิวหย่อนคล้อยก็จะทำให้เราเข้าใจที่มาเพื่อที่จะสามารถป้องกันและดูแลผิวอย่างถูกต้องและรับมือกับปัญหาผิวที่จะเกิดขึ้นตามมาได้อย่างถูกวิธี

ปัญหาผิวของคนแต่ละวัย

ผิวของคนเราแต่ละช่วงอายุล้วนแต่มีลักษณะ มีความเปราะบางหรืออ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นในวัยเด็ก แม้จะดูผิวพรรณสดใส แต่ก็เป็นผิวที่ไวต่อแสงแดดมากๆ ในขณะที่ช่วงของการเป็นวัยรุ่น ก็มักจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระบบฮอร์โมน และเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่หรือในวัยกลางคน ก็จะเผชิญกับปัญหาความร่วงโรยแห่งวัย ผิวเริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่งการทำความเข้าใจเรื่องสภาพผิวในแต่ละวัยนั้นจะเกี่ยวข้องกับการดูแลผิวให้มีความเหมาะสมด้วย

ช่วงอายุ 20+

โดยส่วนใหญ่ในช่วงอายุ20 ปีขึ้นไป ปัญหาผิวมักจะเกิดบริเวณชั้นผิวหนังแท้ ซึ่งเป็นชั้นผิวที่มีคอลลาเจนและอีลาสตินอยู่ ทำให้ผิวมีความเรียบตึง ยืดหยุ่นและกระชับในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น เมื่อถึงวัยนี้อาจเสื่อมสลายไป และสร้างใหม่ได้น้อยลง ทำให้ผิวเริ่มมีริ้วรอยและหน้าดูหย่อนคล้อยได้

ช่วงอายุ 30+

เมื่อเข้าสู่วัยเลข3 ปัญหาผิวที่เกิดในชั้นผิวหนังแท้ก็จะเริ่มมีมากขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนและอีสาสตินถูกทำลายมากขึ้น รวมถึงผิวหนังชั้นนอกสุดหรือผิวหนังกำพร้ามีการผลัดตัวได้ช้าลง ทำให้ผิวเริ่มมีความหยาบกร้าน ทำให้เห็นริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยตามมา

ช่วงอายุ 40+

ในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป ชั้นผิวเริ่มมีความอ่อนแอมากขึ้น และลงลึกไปจนถึงชั้นไขมัน ที่เกิดการเสื่อมสลายไป ไม่กระชับหรือหนาแน่นเหมือนวัยเด็ก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผิวเกิดการยุบตัว หรือที่เข้าใจกันว่า Baby Fat หายไป ไม่เพียงเท่านั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่อยู่ระหว่างชั้นไขมันและกล้ามเนื้อ(SMAS) ที่ทำหน้าที่โอบอุ้มผิวให้มีความกระชับ ได้รูปตามสัดส่วนโครงหน้าของแต่ละคนก็เริ่มเสื่อมสภาพและอ่อนแรง ทำให้ประสิทธิภาพในการพยุงผิวลดน้อยลง หน้าจึงหย่อนคล้อยตามมา

ช่วงอายุ 50+

เมื่อขึ้นเลข 5 ผิวจะเริ่มมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น เช่นมีริ้วรอยที่ลึกขึ้น ผิวหนังเริ่มบางลง รูปหน้าเริ่มเปลี่ยนเนื่องจากผิวมีความหย่อนคล้อยมาก กระดูกที่เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างใบหน้าเริ่มยุบตัวลงตามธรรมชาติ ทำให้บางคนอาจมีรูปหน้าที่ไม่สมส่วนเกิดขึ้นได้

คอลลาเจน ส่วนประกอบสำคัญของผิวเต่งตึง

เป็นที่ทราบกันดีว่าคอลลาเจน (Collagen)  ในรูปแบบของโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกาย  โดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผม เล็บ กระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถพบคอลลาเจนในส่วนอื่นๆของร่างกายได้ด้วย เช่นในหลอดเลือด กระจกตา และฟัน ทั้งยังช่วยให้ผิวหนังของคนเรามีความเต่งตึง กระชับอีกด้วย การที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ก็เนื่องมาจากคอลลาเจนในร่างกายลดลง และนี่คือสาเหตุที่ทำให้คอลลาเจนลดลง

  • การเพิ่มขึ้นของอายุ
    ปฏิเสธไม่ได้ว่าในขณะที่อายุเพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนก็จะยิ่งลดลง ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่า เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนลดลงปีละ 1% ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น ผิวก็จะยิ่งหย่อนคล้อย ขาดความชุ่มชื้น ไม่เต่งตึงเหมือนตอนเป็นเด็กหรือเป็นวัยรุ่น จากนั้นก็จะตามมาด้วยริ้วรอยและความเหี่ยวย่นของผิวหนัง และเมื่ออายุเข้าสู่เลข4 การสร้างคอลลาเจนในร่างกายก็จะลดลงเหลือเพียง 30%เท่านั้น
  • การนอนหลับพักผ่อนและระบบฮอร์โมนในร่างกาย
    การนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวัน นอนตรงเวลา หรือนอนในช่วงที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่มีชื่อว่าเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการเจริญเติบโตและควบคุมการทำงานของระบบต่างๆของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ ส่งผลให้ผิวมีความสดใส เปล่งปลั่ง ในทางกลับกัน ถ้าหากนอนดึกติดต่อกันก็จะทำให้หน้าโทรมและหย่อนคล้อยได้เร็วขึ้น
  • รังสี UVAและUVB
    โดยปกติในแสงแดดจะมีรังสีทั้งสองชนิดนี้อยู่ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระขึ้นกับผิว ซึ่งสารดังกล่าวจะเข้าไปทำลายโปรตีนและคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหย่อนคล้อย แห้งเหี่ยว และหยาบกระด้างได้ง่ายๆ
  • มลพิษทางอากาศ
    ทั้งมลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการสูญเสียคอลลาเจนใต้ผิว โดยเฉพาะพวกโลหะหนัก อย่างปรอท แคดเมียม อนุมูลเล็กๆ และสารอื่นๆ ซึ่งถ้าหากแพร่เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะเกิดการสะสมและเป็นอันตรายต่อร่างกายตามมา
  • การสูบบุหรี่
    การสูบบุหรี่เป็นการแทนที่ก๊าซออกซิเจน(Oxygen)ในผิวหนังด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และทำให้สารนิโคติน(Nicotine) ที่อยู่ในบุหรี่เข้าไปขัดขวางระบบการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ช้าลงและทำให้เส้นเลือดตีบได้ ที่สำคัญส่งผลต่อสุขภาพผิวอย่างแน่นอน เพราะจะไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นกระชับ ผิวแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื้น

สัญญาณของผิวหน่อยคล้อย

จะรู้ได้อย่างไรว่าผิวของเรากำลังเกิดอาการหย่อนคล้อย มีอาการแสดงออกของผิวให้สังเกตได้ดังต่อไปนี้

  • ริ้วรอย
    สัญญาณผิวอย่างแรกที่บ่งบอกว่าผิวเริ่มมีอายุคือเรื่องของริ้วรอย ที่มักปรากฏตามจุดต่างๆทั่วใบหน้า จากริ้วบางๆที่หางตา แก้ม หน้าผาก ก็ยิ่งเป็นรอยชัดและลึกขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องแสดงสีหน้าจะเห็นได้ชัดขึ้น
  • การสูญเสียวอลลุ่มของเซลล์ผิว
    วิธีสังเกตว่าผิวหนังกำลังสูญเสียวอลลุ่มคือ ผิวเริ่มมีความหย่อนคล้อย รูปหน้าเปลี่ยนในบางราย จากที่เคยมีรูปหน้าแบบ V Shape ก็อาจจะกลายเป็นรูปตัว U แทน เป็นต้น
  • การสูญเสียความหนาแน่นของเซลล์ผิว
    การสูญเสียความหนาแน่นของเซลล์ผิวสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งใบหน้า โดยสังเกตได้จากการที่ผิวดูบางลงและมีความอ่อนแอมากขึ้น

สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อย

การที่ผิวหย่อนคล้อยย่อมมีที่มาและสาเหตุ รวมถึงปัจจัยกระตุ้นต่างๆที่เป็นตัวเร้า ดังนั้นการเข้าใจถึงสาเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะส่วนหนึ่งเป็นการช่วยป้องกันและชะลอความเสื่อมของผิวได้อีกทาง ซึ่งในที่นี้จะแบ่งสาเหตุออกเป็นปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ดังนี้

ปัจจัยภายใน
ปัจจัยภายในที่กระตุ้นให้เกิดความหย่อนคล้อยของผิว มีดังต่อไปนี้

  • การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิวเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น
    แท้จริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิว สามารถเกิดขึ้นได้ที่ผิวหนังทั้ง 3 ชั้น ไม่ว่าจะเป็น
  • ผิวหนังชั้นกำพร้า ซึ่งแน่นอนว่าเมื่ออายุของคนเราเพิ่มมากขึ้น การผลิตไขมันในร่างกายก็จะน้อยลง การผลัดเซลล์ผิวก็เริ่มช้าลง ทำให้ผิวแห้งกร้านขึ้น ผิวไวต่อแสงมากขึ้น และฟื้นฟูตัวเองได้ยาก ทั้งยังแพ้ได้ง่ายขึ้นด้วย
  • ผิวชั้นหนังแท้ เป็นชั้นผิวที่มีคอลลาเจนและอีลาสติน ที่ให้ความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นแก่ผิว แต่เมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวน้อยลง เนื่องจากเริ่มสูญเสียเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน และเมื่อโครงสร้างที่ค้ำยันผิวไม่แข็งแรง จึงทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย
  • ผิวหนังชั้นไขมัน เป็นชั้นที่อยู่ใต้หนังแท้ลงไป เป็นส่วนที่ช่วยเสริมให้ใบหน้าคงรูปได้ดี แต่เมื่อมีอายุมากขึ้น ชั้นไขมันจะมีความหนาแน่นลดลง ทำให้ผิวยวบ และทำให้ริ้วรอยดูลึกกว่าเดิม
  • การไหลเวียนของโลหิต
    ระบบการไหลเวียนของโลหิต เป็นส่วนสำคัญที่จะนำสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ผิว ทำให้ผิวมีความเปล่งปลั่ง มีใบหน้าที่ระเรื่อ แต่เมื่ออายุมากขึ้นทำให้เกิดการเสื่อมสภาพ จากความเปล่งปลั่งก็นำไปสู่ความร่วงโรย
  • กรรมพันธุ์
    กรรมพันธุ์เป็นสิ่งที่กำหนดถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวของแต่ละคน ทำให้เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยที่แตกต่างกันไป
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
    ในวัยเด็ก ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ร่างกายผลิตเป็นจำนวนมากช่วยทำให้ผิวเต่งตึง ช่วยยกกระชับหน้าขึ้นให้แลดูเยาว์วัย แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น ทำให้ระบบฮอร์โมนเปลี่ยน ส่งผลให้ความสามารถของร่างกายในการผลิตเซลล์ผิวลดลงและขนาดของเซลล์ผิวก็ลดลงด้วย

ปัจจัยภายนอก

ปัจจัยภายนอกเป็นส่วนที่กระตุ้นให้ผิวเกิดริ้วรอยและหย่อนคล้อยได้ง่าย เช่น

  • แสงแดดหรือรังสี UV
    แสงแดดเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในเซลล์ผิว ทำให้ผิวเหี่ยว หย่อนคล้อย เกิดจุดด่างดำบนใบหน้า เกิดฝ้าแดด กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หน้าหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส
  • มลภาวะ
    ฝุ่นควันหรือมลภาวะ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในผิว นำมาซึ่งปัญหาผิวมากมาย
  • การสูบบุหรี่
    สารนิโคตินในบุหรี่ ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินที่ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิวเสื่อมลง ทำให้หน้าหย่อนคล้อย ไม่ได้รูป
  • การรับประทานอาหาร
    การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง เป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดปัญหาผิวพรรณ ดังนั้นควรเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นผักหรือผลไม้
  • การไม่ดูแลผิวหรือดูแลผิวอย่างไม่ถูกวิธี
    การละเลยหรือไม่ใส่ใจดูแลผิวรวมถึงการดูแลผิวอย่างไม่ถูกต้อง ใช้สกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวหน้า ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานการผลิต นำมาซึ่งปัญหาผิวตามมามากมาย

วิธีแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย

ในปัจจุบัน ด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ก้าวไกล ได้ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อช่วยชะลอวัย ยกกระชับ แก้ปัญหาผิวในลักษณะต่างๆรวมถึงปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังเห็นผลได้ไวโดยใช้เวลาไม่นาน ซึ่งมีวิธีที่ได้รับความนิยมดังต่อไปนี้

  • อัลเทอร่า (Ulthera)

โดยอัลเทอร่าUlthera เป็นเทคโนโลยีที่ปล่อยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง ในรูปแบบอัลตราซาวด์ที่มีความเฉพาะเจาะจง (Focus Ultrasound) เข้าสู่ชั้นผิวได้ลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งพลังงานจากคลื่นนี้เมื่อลงไปสู่ผิวก็จะกลายเป็นพลังงานความร้อนจุดเล็กๆที่เข้าไปกระตุ้นในชั้นSMAS ที่เสื่อมสภาพให้เกิดการหดตัว ทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ ช่วยให้ผิวที่หย่อนคล้อยยกกระชับขึ้น ทำให้กรอบหน้าชัดคมขึ้น ทำให้ผิวเรียบเนียน และช่วยลดริ้วรอยให้จางลง ผิวหน้าแข็งแรง ดูสุขภาพดีมากขึ้นด้วย

  • เทอร์มาจ (Thermage)

เทอร์มาจ (Thermage)  เป็นเทคโนโลยีที่ปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radio Frequency หรือ RF) ไปยังชั้นผิวระดับ dermis ที่มีคอลลาเจน อีลาสตินและชั้นไขมันอยู่  และเมื่อพลังงาน RF ลงสู่ชั้นผิวดังกล่าวก็จะกลายเป็นพลังงานความร้อนกระจายเข้าไปกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพให้กลับมาทำงานได้ดีอีกครั้ง นอกจากนั้นยังมีการฟื้นฟูเส้นใยคอลลาเจนให้มีเกลียวที่แน่นตึงขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวแข็งแรง แน่นกระชับ ช่วยลดไขมันสะสมที่บริเวณแก้ม เหนียง และทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น

  • เครื่องโฟกัสอัลตราซาวน์อัลเทอรา (Ultherapy system)

เป็นการรักษาผิวหย่อนคล้อยที่ได้ผลดีด้วยพลังงานอัลตราซาวน์ที่มีคลื่นความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจงลงลึกถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ SMAS ซึ่งลึกกว่าชั้นคอลลาเจน เป็นชั้นผิวที่ศัลยแพทย์ใช้ดึงหน้ายกกระชับ

  • โบท็อก (Botox)

วิธีโบท็อกซ์ หรือสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) นอกจากจะช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อ ทำให้หน้าเรียวเล็กลงแล้ว ยังช่วยยกกระชับใบหน้าได้อีกด้วย หรือที่เรียกว่าโบท็อกซ์ลิฟท์กรอบหน้า โดยแพทย์จะฉีดไปยังบริเวณกล้ามเนื้อที่ดึงให้ผิวหน้าหย่อนคล้อยลง ซึ่งกล้ามเนื้อชนิดนี้จะอยู่ตั้งแต่บริเวณกรอบหน้าลงไปยังบริเวณลำคอ โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ช่วยคลายการดึงรั้งของกล้ามนี้ในบริเวณนี้ ส่งผลให้หน้ายกกระชับ ดูมีมิติ และเรียวเล็กลงได้

  • ฟิลเลอร์ (Filler)

นอกจากฟิลเลอร์จะมีสรรพคุณช่วยเติมเต็มร่อง หรือริ้วรอยให้ผิวดูเต็มมากขึ้นแล้ว ฟิลเลอร์ยังสามารถช่วยยกกระชับใบหน้าได้ด้วย โดยจะเข้าไปปรับการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย รูปหน้าไม่เท่ากัน และริ้วรอยต่างๆได้เป็นอย่างดี

  • ครีมยกกระชับหน้า

ครีมยกกระชับผิวหน้า เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน ในการเสริมประสิทธิภาพการรักษาแบบหัตถการทางการแพทย์ เพื่อผิวที่เต่งตึง กลับมาอ่อนเยาว์ได้อีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ mesoestetic จึงขอแนะนำครีมยกกระชับหน้าสูตรพิเศษ collagen 360̊ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยคอลลาเจนจากทะเลที่มีความเข้มข้นสูง ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีประสิทธิภาพช่วยคงความหนาแน่นให้ผิวมีความยืดหยุ่นและตึงกระชับมากขึ้น โดยประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 3 ชนิดด้วยกัน คือ

  • Collagen 360° – essence

เป็นเซรั่มที่ช่วยเสริมกระบวนการทำงานที่สำคัญของผิว พร้อมช่วยปรับสภาพผิวให้ริ้วรอยแลดูจางลง ให้ผิวรู้สึกยกกระชับและยืดหยุ่นขึ้น ดูสุขภาพดี มีชีวิตชีวา ด้วยเนื้อสัมผัสที่บางเบา สามารถซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างรวดเร็ว รู้สึกเนียนนุ่มทันทีหลังใช้ โดยมีส่วนผสมที่สำคัญอย่าง Enriched marine collagen ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับผิว ช่วยทำให้คอลลาเจนที่มีอยู่ตามธรรมชาติคงสภาพได้นานมากขึ้น  ,Chronosmart peptide ที่ช่วยเสริมกระบวนการปกป้องผิวตามธรรมชาติ และช่วยฟื้นบำรุงผิวที่เสื่อมสภาพให้ดีขึ้น ,Peptide complex ช่วยลดเลือนริ้วรอยและทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ ,Methylsilanol Hydroxyproline Aspartate  อีกหนึ่งกรดอะมิโนที่ช่วยส่งเสริมกระบวนการคงสภาพของคอลลาเจน และอีลาสตินตามธรรมชาติในผิว ช่วยให้ริ้วรอยดูจางลง ผิวแลดูยกกระชับ และยืดหยุ่น รวมถึงNiacinamide หรือวิตามินบี 3 ซึ่งเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ที่ประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย

  • Collagen 360° – intensive cream

เป็นสุดยอดแห่งครีมยกกระชับ ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาเพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวซึ่งเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจน ทั้งยังช่วยปกป้องโครงสร้างผิวที่ช่วยคำจุนผิวให้มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญและจำเป็นสำหรับผิวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Enriched marine collagen กรดอะมิโนที่จําเป็นสําหรับผิวซึ่งมีส่วนช่วยให้คอลลาเจนที่มีอยู่ในธรรมชาติผิวคงสภาพได้ยาวนานมากขึ้น ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ยืดหยุ่นและตึงกระชับ ,Retinol Palmitate (Pro-Retinol) อนุพันธ์ของวิตามินเอ ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆให้แลดูตื้นขึ้น พร้อมทั้งปรับสีผิวให้แลดูสมํ่าเสมอ ,Ascorbic acid  วิตามินซีที่มีสารแอนติออกซิแดนท์ประสิทธิภาพสูง ช่วยคงสภาพของคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิวเช่นกัน นอกจากนั้นยังช่วยปรับสภาพผิวให้แลดูกระจ่างใสขึ้น รวมทั้ง Centella Asiatica Extract  สารสกัดจากใบบัวบกที่ช่วยปรับสภาพผิวให้แลดูเต่งตึง เรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

  • Collagen 360° – eye contour

เป็นครีมที่ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลผิวบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ อุดมไปด้วยคอลลาเจนจากท้องทะเล ที่มีประสิทธิภาพช่วยลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ทําให้ผิวแลดูเรียบเนียน ลดรอยหมองคลํ้าใต้ตา และลดความเหนื่อยล้าบริเวณรอบดวงตาให้กลับมาสดใส มีชีวิตชีวาได้เป็นอย่างดี ด้วยส่วนประกอบสำคัญอย่าง Enriched marine collagen กรดอะมิโนที่จําเป็นสําหรับผิวซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมในกระบวนการคงสภาพให้ยาวนานขึ้นของคลอลาเจนที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม มีความยืดหยุ่น และรู้สึกตึงกระชับ ,Oat extract สารสกัดจากข้าวโอ๊ต ที่ช่วยบํารุงให้ความชุ่มชื้นกับผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอย ทําให้ผิวมีความยืดหยุ่นและตึงกระชับ นอกจากนั้นยังมี Peptide Complex*(รวมถึง Acetyl Hexapeptide-8) ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

  • การร้อยไหม

การร้อยไหม เป็นอีกหนึ่งการยกหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที แต่เพื่อความปลอดภัยควรทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปในการยกกระชับหน้าจะใช้ไหมละลาย PDO ( thread lifting) ซึ่งแพทย์ศัลยกรรมมักจะใช้ไหมประเภทนี้ในการเย็บเส้นเลือดที่หัวใจ ส่วนในทางความงาม มักใช้ไหม PDOมาช่วยรักษาความเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยของผิว เนื่องจากไม่มีอันตรายและไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนัง วิธีการคือจะสอดไหมเข้าไปภายใต้ผิวหนัง เพื่อไปกระตุ้นการหดรัดตัวของเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิว และเนื่องจากไหมจะละลายหมดได้เองภายในระยะเวลา6- 8เดือน จึงไม่มีสารตกค้างอยู่ในผิวหนัง และผลการยกกระชับคงอยู่นานประมาณ 1-2 ปี

  • เลเซอร์ยกกระชับ (Tightening laser)

การใช้เลเซอร์เพื่อการยกกระชับผิวหน้า เป็นการช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ ทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นด้วย ทั้งยังช่วยลดการหย่อนคล้อยของผิวได้เช่นกัน

ทุกวิธีที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ทั้งสิ้น โดยสามารถทำควบคู่กันได้ เนื่องจากปัญหาความเสื่อมของผิว ไม่ได้เกิดขึ้นอยู่ที่ใดที่หนึ่งเท่านั้นแต่มีแนวโน้มที่จะเสื่อมสภาพไปได้ทุกชั้นผิว เพื่อการรักษาที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ ก่อนการรักษา แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิว ก่อนที่จะวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมเป็นกรณีๆไป

เคล็ดลับกระชับผิวไม่ให้หย่อนคล้อย
การไม่ดูแลผิวอย่างเหมาะสม เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและปัญหาผิวอื่นๆตามมา ก่อนจะก้าวไปสู่จุดของความร่วงโรยแห่งวัย เราสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่างๆดังต่อไปนี้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
    เพราะการดูแลผิวเริ่มต้นจากภายใน ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นเป็นอย่างมาก โดยเน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบของการที่เซลล์ถูกทำร้ายโดยอนุมูลอิสระได้ อย่างพวกผักใบเขียว เช่น บล็อกโคลี , ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลาย รวมถึงแครอท แอปริคอท ผักและผลไม้สีส้มและสีเหลืองประเภทอื่นๆ พริกหยวก มะเขือเทศ ถั่ว และปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน หลีกเลี่ยงอาหารที่หวานจัด มัน หรือเค็มเกินไป เพราะจะทำให้ผิวเกิดการอุดตัน เป็นที่มาของสิวประเภทต่างๆ และนอกจากนั้นควรเลือกดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เพื่อปรับสมดุลและทำให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้เป็นปกติด้วย
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น โดยแนะนำให้ออกกำลังกายประเภทแอโรบิก เช่นการวิ่ง การเดินเร็ว ให้ได้อย่างน้อย 20 นาทีต่อครั้ง แต่ไม่ควรนานเกิน 40 นาที ไม่เช่นนั้นร่างกายจะปล่อยสารอนุมูลอิสระออกมาทำลายเซลล์ผิว ทำให้หน้าแก่ได้ง่ายขึ้น
  • นอนหลับให้เพียงพอ
    การพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ทำให้หน้าตาสดใสเปล่งปลั่งขึ้นมาได้ โดยควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ควรนอนก่อน 5 ทุ่ม เพราะในช่วง 5 ทุ่มถึงตี4 เป็นช่วงที่ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างเต็มที่ รวมถึงสภาพผิวด้วยเช่นกัน
  • ขับถ่ายทุกวัน
    การขับถ่ายเป็นประจำทุกวันเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นวิธีกำจัดของเสียออกจากร่างกายผ่านระบบลำไส้ ทำให้ผิวพรรณผ่อนใส ไม่หมองคล้ำ
  • ดูแลสภาพจิตใจ
    การดูแลสุขภาพจิตใจและสุขภาพทางอารมณ์ ไม่เครียดง่าย รู้จักผ่อนคลาย จะส่งผลทำให้หน้าตาสดใส ไม่เคร่งเครียด ไม่แก่เร็ว
  • การดูแลผิวอย่างถูกต้องและถูกวิธี
    การดูแลผิวพรรณอย่างถูกวิธีเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยป้องกันสัญญาณของผิวที่มีอายุ ไม่ว่าจะเป็นผิวหย่อนคล้อย ผิวที่ขาดความหนาแน่น หรือแม้แต่ผิวที่มีริ้วรอย ซึ่งในการดูแลผิวประกอบด้วย 3ขั้นตอนคือ
  • การทำความสะอาด เป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็นอย่างมากที่จะช่วยกำจัดสิ่งสกปรก สารเคมี หรือฝุ่นละอองต่างๆที่เกาะติดอยู่บนผิวหน้าและตามรูขุมขนให้ออกไป เปิดผิวให้พร้อมรับการบำรุงให้ล้ำลึกมากยิ่งขึ้น
  • การบำรุง เป็นขั้นตอนการคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของผิวที่เป็นอยู่ เช่นหากมีปัญหาเรื่องริ้วรอย ควรเลือกสกินแคร์ที่มีสารไฮยาลูรอน กลีเซอริน ซาโปนิน หรือ โคเอนไซม์ คิวเทน หรือหากมีปัญหาเรื่องสิว ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะทำให้หน้ามันและเพิ่มโอกาสเกิดสิวได้มากขึ้นด้วย ที่สำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า จะต้องมั่นใจว่าไม่มีสารเคมีอันตรายต่อผิวเจือปน
  • การทาครีมกันแดด นอกจากการเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิวแล้ว ควรเลือกครีมกันแดดที่มีออกซิแดนท์ ฟิลเตอร์ ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีเอได้อย่างมีประสิทธิภาพ

collagen 360 set

ถึงแม้ว่าวัยจะเป็นตัวกำหนดสภาพหรือลักษณะของผิวพรรณตามธรรมชาติ แต่ไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของคนเราก็สามารถเป็นตัวกำหนดลักษณะของผิวได้เช่นกัน และถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะมีเทคโนโลยีมากมาย ที่ถูกนำมาใช้ในวงการความงามเพื่อยกกระชับ ฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็ล้วนแต่มีข้อจำกัดและต้องอาศัยการดูแล การบำรุงผิวควบคู่กันไปด้วย ดังนั้นจะเป็นเรื่องที่ดีมากแค่ไหน ถ้าเราจะหันมาดูแลเอาใจใส่ผิวพรรณตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อป้องกันปัญหาผิวหย่อนคล้อยและช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยหรือริ้วรอยแห่งวัยที่จะตามมาเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นได้

 

ใส่ความเห็น