รักษาสิวที่หน้าผากอย่างไรให้หายขาด - mesoestetic | เซรั่ม แอมพูล

รักษาสิวที่หน้าผากอย่างไรให้หายขาด

ขึ้นชื่อว่า “สิว” ก็มักจะผุดขึ้นมาเป็นปัญหากวนใจให้กับใครหลายคนบนตำแหน่งต่างๆ ทั้งที่ใบหน้าและทั่วร่างกาย และหนึ่งในบริเวณที่สิวมักจะเกิดขึ้นได้บ่อยๆก็คงจะเป็นหน้าผาก บางครั้งเป็นผด บางครั้งมาในรูปแบบของสิวอุดตันที่พร้อมจะพัฒนาไปสู่สิวอักเสบในอีกไม่ช้าหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี สิวที่หน้าผากเกิดมาจากอะไร มีปัจจัยไหนบ้างที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้หรือการระคายเคืองของผิว เราจะมาเรียนรู้จักสิวที่หน้าผากกันให้มากขึ้นอีกสักนิด เพื่อที่จะสามารถรับมือเมื่อมีสิวผุดขึ้นมา พร้อมทั้งหาวิธีป้องกันไม่ให้สิวลุกลามไปทั่วหน้าผากสวยๆของคุณอีกต่อไป

สิวที่หน้าผากเกิดจากอะไร

สาเหตุในการเกิดสิว มีทั้งในส่วนที่เป็นสาเหตุหลักและปัจจัยกระตุ้น ดังต่อไปนี้

สาเหตุหลัก

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวทั่วทั้งใบหน้ารวมถึงหน้าผากหรือคิ้ว มักเกิดจากการที่ต่อมไขมัน (Sebaceous) ได้ผลิตไขมัน (Sebum) ออกมามากจนเกินไป และเมื่อน้ำมัน เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและเชื้อแบคทีเรียรวมตัวกันก็จะทำให้เกิดการอุดตันภายในรูขุมขน จนทำให้เกิดเป็นสิวในที่สุด นอกเหนือจากนั้น บริเวณหน้าผากยังเป็นจุดที่สัมผัสกับพวกฝุ่นละออง แสงแดด และสิ่งสกปรกได้ง่าย และยังเป็นหนึ่งในจุดที่เรียกว่าทีโซน (T-Zone) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันจำนวนมาก จึงทำให้ผลิตน้ำมันออกมาได้มากกว่าบริเวณอื่นๆ จะพบได้มากในกลุ่มผู้ที่มีผิวมันและผิวผสม สำหรับผิวประเภทอื่นก็สามารถพบกับปัญหาการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากในบริเวณทีโซนได้เช่นกัน เช่น หากท่านมีผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น ต้อมไขมันก็จะถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อทดแทนความชุ่มชื้นที่ขาดไปจากผิวหน้า ซึ่งนั่นทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันที่บริเวณหน้าผากได้

ปัจจัยกระตุ้น

มีอีกหลายปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ที่ทำให้เกิดสิวที่หน้าผากได้ง่ายขึ้น ดังนี้

  1. ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป
    การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น ในช่วงที่กำลังจะมีประจำเดือน หรือในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ที่ส่งผลให้เกิดสิวได้โดยตรง
  2. การใช้ยาบางชนิด
    ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยางบางชนิดมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดสิวที่หน้าผากขึ้นมาได้ เช่น ยาที่มีส่วนผสมของ สารสเตียรอยด์ หรือยาแก้ยาชักบางชนิดAnticonvulsants, Barbiturates, Cortisone, Isoniazid และ Lithium  เป็นต้น
  3. เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
    เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน รวมถึงการใช้เครื่องสำอางหรือครีมที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน มีสารอันตรายที่ทำลายโครงสร้างผิวปนเปื้อน ก็สามารถทำให้เกิดสิวที่หน้าผากได้เช่นกัน
  4. การอุดตันของสิ่งสกปรก
    ในแต่ละวัน ผิวหน้าเราต้องเผชิญกับแสงแดด ฝุ่นควัน สิ่งสกปรก เหงื่อ ความร้อน และครีมกันแดด รวมถึงเครื่องสำอาง เมคอัพต่างๆ ถ้าหากเราทำความสะอาดผิวหน้าได้ไม่สะอาดพอ จะทำให้สิ่งสกปรกยังคงตกค้างอยู่บนใบหน้าและนำไปสู่การอุดตันในรูขุมขนที่บริเวณหน้าผากได้ในที่สุด นอกจากนั้น ยังรวมถึงการใช้มือสัมผัสผิวหน้าอยู่บ่อยๆด้วย เนื่องจากมือของเราได้สัมผัสกับเชื้อโรคมากมายโดยที่เราไม่รู้ตัว และเมื่อไปสัมผัสกับผิวหนังบริเวณหน้าผากบ่อยครั้งเข้าก็สามารถทำให้เกิดสิวขึ้นได้
  5. ความเครียด
    ความเครียด เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำเกิดสิวที่หน้าผากได้ โดยมีการสำรวจนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมปลาย 160 คน ที่ประเทศสิงคโปร์ พบว่าระดับความเครียดได้ส่งผลให้เกิดสิวและทำให้สิวมีอาการแย่ลงกว่าเดิม และนอกจากนั้นจากการสำรวจของ Acta Dermato พบว่า คนที่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย มีโอกาสเกิดสิวได้มากกว่าคนที่ตื่นนอนขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น ดังนั้นจากการสำรวจนี้จึงพอจะสรุปได้ว่าระดับความเครียดและการนอนหลับพักผ่อนมีผลต่อการเกิดสิว และนอกจากนั้นเมื่อเกิดความเครียดขึ้น ร่างกายของมนุษย์เราจะผลิตฮอร์โมนที่มีผลต่อการทำงานของต่อมไขมัน เช่น ฮอร์โมนคอร์ติโซล (Cortisol), แอนโดรเจน (Androgens), นูโรเปปไทด์ (Neuropeptides) และ ไซโตคินส์ (Cytokines) เป็นต้น เมื่อมีการผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น โอกาสในการอุดตันของรูขุมขนที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวก็เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย
  6. การนอนดึก
    การนอนดึก ทำให้เกิดสิวที่หน้าผากได้ โดยเฉพาะนอนหลังจากเที่ยงคืนไปแล้ว ทำให้ร่างกายไม่สามารถหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการดูแลผิวหน้าออกมาได้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนนอนดึกมักจะเป็นสิวได้ง่าย
  7. ระบบย่อยอาหารมีปัญหา
    สิวที่ขึ้นบนหน้าผาก เป็นสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าระบบย่อยอาหารของเรากำลังมีปัญหา ดังนั้น ทางออกที่จะช่วยในเรื่องนี้คือ ให้เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ย่อยง่าย รับประทานเนื้อปลา ผักผลไม้มากขึ้น รวมถึงดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ลดการรับประทานอาหารก่อนเข้านอนประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลดการเกิดสิวที่หน้าผากได้
  8. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมและจัดแต่งทรงผม
    อีกหนึ่งสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดสิวที่หน้าผากคือ การแพ้ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นแชมพู ครีมนวด ยาบำรุงเส้นผม หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมต่างๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดมีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น mineral oil ทำให้ผมมีความมันที่มากขึ้น เกิดการอุดตันที่รูขุมขนและเกิดสิวที่หน้าผากและไรผมได้ เนื่องจากเวลาที่เราล้างผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออก จะมีฟองไหลลงมาสัมผัสกับผิวหน้า และส่วนแรกที่สัมผัสคือหน้าผาก ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีความอ่อนโยนมากขึ้น เช่นแชมพูเด็ก หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยารักษาสิวเข้าไปด้วย ไม่เพียงเท่านั้นผู้ที่ไว้ผมยาวหรือผมหน้าม้า ควรให้การดูแลเส้นผมเป็นพิเศษ เพราะฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่ตามเส้นผม เมื่อไปสัมผัสหน้าผาก อาจจะทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ หรือการสวมหมวก ทำให้ผิวหนังบริเวณหน้าผากมีความอับชื้น ทำให้เกิดการระคายเคืองและเป็นสิวขึ้นได้
  9. การรับประทานอาหารที่มีความหวานมากจนเกินไป
    เนื่องจากอาหารที่มีรสชาติหวาน มักมีส่วนผสมของน้ำตาล ไขมัน นม เนยซึ่งเป็นตัวการสำคัญอีกตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว แถมยังทำให้สิวหายช้าด้วย ดังนั้น ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ก็จะช่วยแก้ปัญหาการเกิดสิวที่หน้าผากได้อีกทางหนึ่ง
  10. เหงื่อบริเวณหน้าผาก
    เมื่อท่านออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆกลางแจ้ง เป็นไปได้ว่าจะมีเหงื่อไหลลงมาตามหน้าผาก ไรผม และขนคิ้ว ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะอับชื้น เกิดการหมักหมม โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากเพราะเป็นจุดที่สัมผัสกับเหงื่อไคลได้มากที่สุด ทำให้เกิดสิวอุดตันและตามมาด้วยสิวอักเสบได้
  11. สภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน
    สภาพอากาศก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวขึ้นที่หน้าผากได้ง่าย เนื่องจากความร้อนทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น นำไปสู่การอุดตันของรูขุมขนและเกิดเป็นสิวขึ้นได้เช่นกัน
  12. ที่นอนไม่สะอาด
    อีกหนึ่งแนวโน้มที่ทำให้เกิดสิวที่หน้าผากได้โดยง่าย ก็คือที่หลับที่นอนของเรา ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือปลอกหมอน ถ้าไม่ได้รับการดูแลหรือทำความสะอาดที่ดีพอก็สามารถกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้โดยง่าย สามารถทำให้เกิดสิวขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย
  13. การใช้มือสัมผัสใบหน้าอยู่บ่อยๆ
    มือของคนเรามักมีโอกาสสูงที่จะสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรีย หรือสิ่งสกปรกต่างๆ และถ้าหากใช้มือไปสัมผัสผิวหน้าหรือเสยผมบ่อยๆ เชื้อโรคก็จะไปเกาะติดกับผิวหน้าหรือถ้ามาเจอกับน้ำมันในบริเวณทีโซนด้วยแล้วก็จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดสิวได้เช่นกัน
  14. ล้างหน้าไม่สะอาด
    ในแต่ละวัน ใบหน้าของคนเราต้องเผชิญกับฝุ่น ควัน มลภาวะ เครื่องสำอาง ครีมกันแดด และเหงื่อ เมื่อผสมรวมกันก็สามารถทำให้เกิดสิวขึ้นได้ และถ้ายิ่งล้างหน้าไม่สะอาด ก็อาจจะทำให้สิ่งสกปรกตกค้างอยู่บนผิวหน้าได้มากขึ้นเท่านั้น ทำให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขนและเกิดเป็นสิวขึ้นได้

สิวที่หน้าผากมีกี่ประเภท

แท้จริงแล้ว สิวที่หน้าผาก สามารถเกิดขึ้นได้หลายประเภท ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ เพื่อจะได้มีความเข้าใจและสามารถรักษาได้อย่างตรงจุด ดังนี้

สิวอุดตันที่หน้าผาก

สิวอุดตันหรือที่เรียกว่าสิวโคมีโดน (Comedones)  เป็นสิวที่อยู่ในประเภท “สิวไม่อักเสบ”  ซึ่งเกิดจากการสะสมของเคราติน ซีบัม (Sebum) และแบคทีเรียในรูขุมขน จนทำให้เกิดการอุดตันภายในรูขุมขน จนกลายเป็นสิวอุดตันที่หน้าผาก ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • สิวอุดตันหัวดำ (Blackheads) สิวอุดตันหัวดำ หรือที่เรียกว่าสิวอุดตันหัวเปิด ซึ่งเกิดจากการอุดตันของชั้นผิวหนังในบริเวณตื้นๆ สิวอุดตันประเภทนี้ จะเห็นหัวสิวเป็นสีขาวเหลืองในช่วงแรก ซึ่งเป็นสีของเคราตินและไขมัน แต่เมื่อหัวสิวได้สัมผัสกับอากาศและสิ่งสกปรกก็จะกลายเป็นสีดำ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกว่าผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน
  • สิวอุดตันหัวขาว (Whiteheads) สิวอุดตันหัวขาว หรือที่เรียกว่า สิวอุดตันหัวปิด เกิดจากการอุดตันภายในรูขุมขน ของเคราติน sebum และแบคทีเรีย ที่เมื่อเกาะรวมตัวกันจะมีลักษณะคล้ายถุงภายในรูขุมขน เรียกว่า “cystic space” ถ้าหากปล่อยเอาไว้แล้วไม่รักษา สามารถพัฒนาเป็นสิวอักเสบขึ้นมาได้ มีลักษณะเป็นสิวเม็ดเล็กๆ มองเห็นได้ไม่ชัดเจน แต่เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเป็นตุ่มนูนขึ้นมา

สิวอักเสบที่หน้าผาก

สิวอักเสบ หรือ Inflammatory Ance เป็นอีกหนึ่งประเภทของสิวที่สามารถเกิดขึ้นได้ที่หน้าผาก ซึ่งเกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซีบัม (Sebum)  และแบคทีเรียในรูขุมขน นอกจากนั้น เชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ C.acne ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวอักเสบบริเวณหน้าผากได้เช่นกัน โดยสิวอักเสบสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ 

  • สิวตุ่มแดง (Papuls) สิวชนิดนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและการอุดตันรูขุมขน หรือเกิดจากสิวอุดตันที่ผิวถูกรบกวนจากการบีบ แกะ หรือแคะ จนทำให้สิ่งสกปรกสามารถเข้าไปในชั้นผิวหนังและกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด โดยลักษณะของสิวประเภทนี้จะเป็นตุ่มนูนสีแดงขนาดเล็ก ไม่มีหัว ไม่มีหนอง เมื่อสัมผัสจะรู้สึกนูนๆเป็นไตแข็งๆ รู้สึกเจ็บเล็กน้อย เนื่องจากเป็นการอักเสบที่ผิวชั้นบน
  • สิวหัวหนอง (Pustule) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียมาแล้วระยะหนึ่งจนทำให้เกิดหนองขึ้นมา โดยมี
    ลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงบริเวณฐาน มีหนองสีขาวเหลืองอยู่ตรงกลาง เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย
  • สิวหัวช้าง(Nodule)
    สิวหัวช้าง(Nodule) เป็นสิวตุ่มแดงขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสิวอักเสบที่มีความรุนแรงมาก โดยเกิดจากการติดเชื้อของแบคทีเรียในบริเวณชั้นผิวหนังที่ลึกลงไป เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเป็นก้อนแข็งๆขนาดใหญ่ ไม่มีหนอง แต่จะรู้สึกเจ็บเมื่อถูกสัมผัส
  • สิวอักเสบรุนแรง(Nodulocystic)
    สิวอักเสบรุนแรง(Nodulocystic) เป็นสิวอักเสบที่มีความรุนแรงมากที่สุด ซึ่งเกิดจากการอักเสบระดับรุนแรงที่บริเวณชั้นผิวหนังแท้ ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังที่อยู่ลึกลงไป มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดใหญ่ มีของเหลวขังอยู่ข้างใน มีทั้งสีแดงชมพูและสีเหมือนกับสีผิวมีหัวสิวหรือหนองอยู่ใต้ผิวหนัง เมื่อถูกสัมผัสจะรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก เป็นสิวที่รักษายากที่สุด 

สิวผดที่หน้าผาก

สิวผด หรือที่เรียกว่า Acne Aestivalis เป็นสิวที่เกิดจาก แสงแดด รังสี UVA ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรก ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดเป็นผดผื่นเม็ดเล็กๆ คล้ายกับสิวอุดตันหัวปิด (Whiteheads) หรืออาจมีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงคล้ายกับสิวอักเสบ มักขึ้นเป็นผดเม็ดเล็กๆหลายเม็ดในบริเวณใกล้เคียงกัน มองเห็นไม่ค่อยชัดด้วยตาเปล่า เมื่อสัมผัสจะให้ความรู้สึกที่ไม่เรียบเนียนของผิว

วิธีรักษาสิวที่หน้าผาก

ในการรักษาสิวที่หน้าผาก สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา,การทำหัตถการทางการแพทย์ควบคู่กันไปด้วย รวมถึงการใช้ครีมรักษาสิว ดังนี้

การรักษาสิวที่หน้าผากด้วยการใช้ยา
ยากรักษาสิว เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวบริเวณหน้าผากที่มีอาการรุนแรงเล็กน้อยจนถึงปานกลาง  โดยก่อนซื้อแนะนำให้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนทุกครั้ง และยาบางชนิดจำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายยาเพียงเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ยาที่ใช้รักษาสิวที่บริเวณหน้าผาก มีดังต่อไปนี้

  • Benzoyl Peroxide เป็นยาที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย พร้อมทั้งช่วยลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว ไม่ก่อให้เกิดอาการดื้อยาเหมือนยาปฏิชีวนะทั่วไป
  • Salicylic Acid เป็นกรดธรรมชาติที่ช่วยลดการอุดตัน และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย นิยมนำมาใช้ในการรักษาสิวอุดตัน เนื่องจากสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ ทำให้การเกาะตัวของ Keratinocyteน้อยลง แต่มีผลข้างเคียงคือสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนังที่ใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและสภาพผิวของผู้ใช้แต่ละคนด้วยเช่นกัน
  • Retinoids เป็นยาที่อยู่ในกลุ่มอนุพันธ์กรดวิตามินเอ ช่วยลดการอุดตันและต้านการอักเสบได้ สามารถใช้รักษาได้ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ แต่มีอาการข้างเคียงคือทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง ผิวบางลง และไวต่อแสงมากขึ้น และแนะนำว่าให้ทายาชนิดนี้ก่อนนอนเท่านั้น และควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ส่วนยาในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอชนิดรับประทานบางชนิด จัดเป็นยาควบคุมพิเศษอันตราย แพทย์ต้องเป็นผู้สั่งเท่านั้น สำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ควรระมัดระวังเพราะมีโอกาสสูงที่จะทำให้ทารกพิการตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • Topical Antibiotics เป็นยาปฏิชีวนะชนิดทาเพื่อรักษาสิว ยาที่อยู่ในประเภทนี้ได้แก่ Erythromycin, Clindamcin และ Metronidazole มักใช้ร่วมกับ Benzoly Peroxide หรือยาทาในกลุ่มกรดอนุพันธ์วิตามินเอ เพื่อลดอาการดื้อยา
  • ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน มักใช้รักษาสิวในผู้หญิง ช่วยในการปรับระดับฮอร์โมนในร่างกาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรปรึกษาแพทย์ เพราะไม่ใช่ว่ายาคุมกำเนิดทุกตัวจะเป็นผลดีต่อร่างกาย ควรได้รับคำแนะนำและมีการศึกษาเรื่องความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นเมื่อต้องรับประทานร่วมกับยาชนิดอื่นๆด้วย

การรักษาสิวที่หน้าผากด้วยการทำหัตถการทางการแพทย์

การรักษาสิวที่หน้าผาก สามารถใช้หัตถการทางการแพทย์ร่วมกับการใช้ยาได้ด้วย ดังต่อไปนี้

  • การแปะแผ่นดูดสิว สามารถใช้รักษาสิวที่หน้าผากและสิวอักเสบหัวหนองได้ โดยแผ่นดูดสิวจะช่วยดูดเอาหนอง ของเหลว หรือไขมันส่วนเกินออกมาจากชั้นผิวหนัง ทำให้สิวแห้งง่ายขึ้น ลดการติดเชื้อได้มากขึ้นด้วย แต่การใช้แผ่นดูดสิวเหมาะกับผิวหนังในชั้นตื้นๆเท่านั้น แต่ถ้าหากเป็นสิวที่มีความรุนแรงมากขึ้นอย่างตุ่มนูนแดงขนาดใหญ่ (Nodule) หรือ สิวหัวช้าง (Nodulocystic) ไม่แนะนำให้ใช้แผ่นดูดสิว เพราะสิวลักษณะนี้ มีการอักเสบอยู่บริเวณชั้นผิวหนังที่ลึกลงไป
  • การกดสิว หรือ Comedone Extraction เป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาสิวที่หน้าผากที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถช่วยให้หัวสิวหลุดออกมาได้ทันทีหลังจากกดออก แต่ใช้วิธีนี้ได้เฉพาะกับสิวอุดตันเท่านั้น การกดสิวควรกดกับผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และรู้จักวิธีกดที่ถูกต้อง เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดรอยแผล รอยแดง รอยดำ และเกิดการอักเสบจนทำให้เป็นสิวอักเสบขึ้นมาได้ ในการรักษาส่วนใหญ่ แพทย์จะใช้การกดสิวรักษาร่วมกับวิธีอื่นด้วย เช่น การทายาภายนอกเพื่อลดรอยสิวหรือการรับประทานยาลดการอักเสบ เป็นต้น ไม่แนะนำให้กดสิวเอง เพราะอาจเสี่ยงทำให้อักเสบมากขึ้น ไม่ควรกดสิวอักเสบ สิวผด หรือสิวอุดตันที่อยู่ใกล้สิวอักเสบ นอกากนั้นไม่ควรกดสิวให้กับผู้สูงอายุ และผู้ใช้ยาที่มีส่วนผสมของสารเตียรอยด์ 
  • การเลเซอร์รักษาสิวและรอยสิวที่หน้าผาก ปัจจุบันการใช้เลเซอร์รักษาสิวและรอยสิว กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเห็นผลไว ช่วยให้สิวยุบเร็ว รอยแดงจางลงอย่างรวดเร็ว และลดโอกาสเกิดรอยดำ รอยแดง โดยมีประเภทของเลเซอร์ให้เลือกหลากหลาย เช่น Long pulse diode laser, Long pulse diode laser เป็นต้น

การรักษาสิวที่หน้าผากด้วยครีม

ทุกวันนี้มีครีมรักษาสิวมากมายที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อพยายามตอบโจทย์ให้กับหลายคนที่มีปัญหาผิวพรรณโดยเฉพาะปัญหาสิวบนใบหน้า acnelan by mesoestetic เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยรักษาผู้ที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง สิวอุดตัน สิวอักเสบ โดยสามารถลดการอักเสบของสิว ทำให้สิวแห้งลงโดยง่าย ทั้งยังช่วยผลัดเซลล์ของผิว ทำความสะอาดไขมันและสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ตามรูขุมขนได้อย่างดีเยี่ยม ไม่พียงเท่านั้นยังช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ป้องกันและช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นหลังการเกิดสิว พร้อมยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ทำให้รอยดำจากสิวลดลงด้วย ซึ่งในเซ็ทของการรักษาสิวแบบครบวงจรประกอบไปด้วย

  • Acnelan multifactor mask
    เป็นเจลมาส์กสูตรเข้มข้นที่ช่วยฟื้นบำรุงปัญหาผิวที่มีสาเหตุมาจากการเกิดสิว ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ พร้อมทั้งสามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก ปราศจากสารที่ทำให้เกิดการอุดตัน และยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำให้ดูจางลงด้วย
  • post-peel neutralizing spray
    ด้วยค่า 6 ที่ช่วยปรับความสมดุลให้กับสภาพผิวให้มีความเป็นกลาง พร้อมทั้งช่วยปลอบประโลมผิว
  • pore sealing shield
    เป็นสารบำรุงผิวสูตรเข้มข้น ที่ช่วยปลอบประโลมผิว ทำให้รูขุมขนกระชับ พร้อมช่วยปกป้องผิว และคงไว้ซึ่งผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้น เหมาะสำหรับใช้บำรุงระหว่างการทำทรีทเม้นท์
  • purifying mousse
    เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าเนื้อมูส เหมาะสำหรับผิวมันและผิวที่เป็นสิวง่าย ช่วยขจัดความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกจากมลภาวะต่างๆที่ตกค้างอยู่บนผิว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้โดยง่าย โดยไม่ทำให้หน้าแห้งตึง แต่ให้ความรู้สึกนุ่ม สบายผิว
  • acne one
    เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลผิวที่เป็นสิวง่าย ทั้งยังช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนผิวหน้า ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ลดการอุดตันบริเวณรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิวได้ง่าย
  • imperfection control
    เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวเฉพาะจุด สำหรับผิวมันและผิวที่เป็นสิวง่าย ช่วยลดรอยดำที่เกิดจากสิว และด้วยคุณสมบัติพิเศษคือเมื่อทาลงบนผิว เนื้อครีมจะเปลี่ยนเป็นสีเนื้อที่ช่วยปกปิดรอยสิว รอยแดงและลดรอยดำ
  • pure renewing mask
    มาส์กหน้าสูตรสำหรับผิวที่เป็นสิว โดยช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกมา ลดการอุดตันและกำจัดสิ่งสกปรกบริเวณรูขุมขนได้ดี
  • hydra-vital light
    มีลักษณะเป็นเจลครีมเนื้อบางเบา ช่วยให้ความชุ่มชื้นและช่วยฟื้นบำรุงผิว คงความชุม่ชื้นภายในผิวได้อย่างยาวนาน พร้อมทั้งช่วยปกป้องผิวจากฝุ่น ควัน มลภาวะต่างๆซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก ให้ความรู้สึกสดชื่นทันทีที่ใช้
  • hydra-vital factor k
    ครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนานเป็นพิเศษ ทำหน้าที่เสมือนโครงสร้างเกราะปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวได้ยาวนานขึ้น ทำให้ผิวเนียนนุ่มและดูสุขภาพดี
  • melan recovery
    บาล์มบำรุงผิวสูตรเข้มข้น ที่ช่วยปลอบประโลมผิว พร้อมฟื้นบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกหลังจากที่ทำทรีทเม้นท์ ซึ่งอาจจะทำให้ผิวหลุดลอก หรือปัจจัยภายนอกอาจทำให้ผิวระคายเคือง ทั้งยังเป็นเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรงอีกด้วย
  • Fast skin repair
    เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปลอบประโลมผิวได้อย่างอ่อนโยน ปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก เช่นมลภาวะต่างๆ รวมถึงการทำหัตถการและการแพ้เครื่องสำอาง ที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง พร้อมทั้งฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงมากขึ้น เหมาะสำหรับผิวบอบบางและผิวแพ้ง่าย

การป้องกันสิวที่หน้าผาก
เพื่อลดโอกาสในการเกิดสิวประเภทต่างๆที่หน้าผาก สามารถป้องกันการเกิดสิวได้โดยเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆของเราเอง ดังนี้

  • การรักษาความสะอาด
    การรักษาความสะอาด เริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดผิวหน้าที่จะต้องมีการเช็ดล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด เพื่อลดปัญหาการอุดตันของรูขุมขน โดยการใช้คลีนซิ่งและคลีนเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ที่จะสามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก ทั้งยังช่วยกำจัดความมันส่วนเกินและควบคุมความมัน และกำจัดแบคทีเรีย ที่เป็นต้นตอของสิวขึ้นหน้าผากอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยังรวมไปถึงการดูแลความสะอาดของเส้นผม ที่จะไม่มีความมันหรือสิ่งสกปรกตกค้าง หมั่นสระผมเป็นประจำ รวมถึงการดูแลความสะอาดของผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ปลอกหมอน หมวก คาดผม เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มีโอกาสที่จะสัมผัสกับหน้าผากได้โดยตรง เมื่อมีสิ่งสกปรกสะสม อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวที่หน้าผากได้
  • ห้ามแคะ แกะ เกา บีบสิว และเลี่ยงกับสัมผัสกับผิวบริเวณหน้าผาก
    การแคะ แกะ เกา บีบ หรือการสัมผัสที่หน้าผากอยู่บ่อยๆ มีค่าเท่ากับการกระตุ้นให้เกิดสิวได้มากขึ้น และในกรณีที่เป็นสิวอยู่แล้ว พฤติกรรมเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะทำให้อาการแย่ลงได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังอาจทำให้สิวลุกลามออกไปในบริเวณใกล้เคียงได้
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว
    สำหรับคนเป็นสิวที่หน้าผาก ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันและไม่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน นอกจากนั้น ต้องไม่มีแอลกอฮอล์ พาราเบน น้ำหอม หรือสารเคมีอันตรายต่างๆเป็นส่วนผสม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน และช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรง
  • เลี่ยงแสงแดดและการสัมผัสกับรังสีUVโดยตรง
    ความร้อนจากแสงแดด ทำให้เกิดสิวที่หน้าผากได้ง่ายๆ ดังนั้นอีกหนึ่งทางป้องกันที่จะช่วยลดสิวที่หน้าผากได้คือการหลีกเลี่ยงแสงแดดและรังสีUV เพื่อไม่ให้ต่อมน้ำมันผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากไปจนเกิดการอุดตันรูขุมขน ดังนั้นก่อนออกแดดให้ทาครีมกันแดดที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพในการป้องกันผิวได้เป็นอย่างดี  สวมเสื้อผ้ามิดชิด หรือกางร่ม ใส่หมวก เป็นต้น
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
    ปฏิเสธไม่ได้ว่าพฤติกรรมหลายอย่างในชีวิตของเราสามารถทำให้เกิดสิวที่หน้าผากได้ เพราะฉะนั้นเพื่อความยั่งยืนในการรักษาสิวควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้

    • ลดการรับประทานอาหารประเภทที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ไขมัน นม เนย เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดสิวได้ง่าย
    • พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนดึก ความเครียด จะส่งผลให้ร่างกายลั่งฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้มีการผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้เกิดสิวที่หน้าผากและที่อื่นๆได้

“สิวที่หน้าผาก” สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย  เนื่องจากหน้าผากมีต่อมไขมันอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นบริเวณที่สัมผัสกับสิ่งสกปรกได้โดยง่าย ทำให้เกิดการอุดตันและเป็นสิวในที่สุด ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถเกิดขึ้นได้จากการแพ้สารเคมีในครีมหรือสกินแคร์อีกด้วย  เมื่อเกิดสิวขึ้นที่หน้าผาก ไม่ควรปล่อยเอาไว้ให้เพิ่มปริมาณมากขึ้นและถ้าหากสิวมีความรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ ไม่ควรกดสิวเอง หรือซื้อยามารับประทานเองเพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อผลข้างเคียงร้ายแรงที่จะตามมาแล้ว สิวอาจจะลุกลามและพัฒนาเป็นสิวอักเสบที่ยากต่อการรักษาได้ด้วย และที่สำคัญการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้เกิดสิวที่หน้าผาก ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำควบคู่กับการรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและการรักษาที่ยั่งยืน

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published.