รังสีอินฟาเรด ศัตรูตัวร้ายของผิวที่ควรหลีกเลี่ยง - mesoestetic | เซรั่ม แอมพูล

รังสีอินฟาเรด ศัตรูตัวร้ายของผิวที่ควรหลีกเลี่ยง

ผิวหนัง คือส่วนประกอบในร่างกายที่บ่งบอกว่าเรามีสุขภาพดีหรือไม่ โดยเฉพาะใบหน้า แต่ในปัจจุบันเราจะต้องเจอกับมลภาวะต่างๆมากขึ้น ทั้งฝุ่นละออง ควัน และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือ แสงแดด ที่ไม่ได้มีแค่รังสี UVA/UVB แต่ยังมีรังสีอินฟาเรด ที่คอยทำร้ายผิวเราด้วย จึงต้องหาครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูง ไม่เพียงแต่ปกป้องรังสียูวีเท่านั้น แต่ควรป้องกันครอบคลุมถึงเจ้ารังสีตัวร้ายนี้ด้วย ผิวของเราก็จะได้รับการปกป้องที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

รังสีอินฟาเรด คืออะไร

รังสีอินฟาเรด หรือรังสีความร้อน เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์ มีความถี่ถัดจากความถี่ของแสงสีแดงลงมา จึงเรียกว่ารังสีอินฟาเรด เป็นรังสีที่มีแหล่งกำเนิดมาจากความร้อน มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เมื่อสัมผัสรังสีจะรู้สึกถึงความร้อนได้ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนจากแสงแดดหรือเปลวไฟ

ไม่เพียงแต่รังสีจากแสงแดดเท่านั้น ในชีวิตประจำวันเรายังต้องสัมผัสกับเจ้ารังสีตัวนี้จากเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกมากมาย เช่น คอมพิวเตอร์ เตาอบ ไดร์เป่าผม หลอดไฟชนิดทังสเตน เรียกได้ว่าเป็นรังสีที่น่ากลัวเป็นอันดับต้นๆเลยในเรื่องของการทำร้ายผิว หากร่างกายได้รับเจ้ารังสีตัวนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดรอยดำคล้ำ เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ดูแก่กว่าวัย แล้วยังทำให้ผิวแสบร้อนขั้นรุนแรง และเกิดรอยไหม้ของผิว หรือลุกลามไปจนก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังเลยก็ได้

รังสีอินฟาเรดร้ายแรงกว่ารังสี UV ยังไง

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า 54% ของแสงแดดตกกระทบมายังโลกเรานั้น เป็นรังสีอินฟาเรด (Infrared) รองลงมาคือ Visible light 39% และ UVA/UVB อีก 7% แต่ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะไปโฟกัสการปกป้องผิวจากแสงแดดที่เรียกว่า UVA/UVB เป็นหลัก นั่นเป็นเพราะว่า รังสี UVA/UVB สามารถทะลุผ่านผิวหนังเราได้ถึงชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ ทำให้เม็ดสีในผิวหนังเปลี่ยนแปลง รวมถึงก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังด้วย

แต่ในความเป็นจริงแล้วรังสีตัวร้ายจากแสงแดดที่สามารถทำลายเราได้ลึกกว่า ไม่ใช่แค่ชั้นหนังกำพร้า แต่สามารถทะลุลงไปทำลายผิวหนังของเราได้ในระดับเซลล์ผิว เป็นศัตรูตัวร้ายของผิวสวยๆ นั่นคือ รังสีอินฟาเรด

อันตรายจากรังสีอินฟาเรด

  1. ผิวไหม้แดด ในแสงแดดมีรังสีอินฟาเรด ซึ่งก่อให้เกิดความร้อนสูง สำหรับผู้ที่อยากมีผิวสีแทนแล้วไปอาบแดด ก็อาจจะได้ผิวไหม้มาเป็นของแถมเลย ซึ่งจะทำให้เซลล์ผิวหนังของเราเปราะบาง ถูกทำลายได้ง่าย
  1. ผิวเหี่ยวย่น ความร้อนจากแสงแดดที่แฝงไปด้วยเจ้ารังสีตัวร้ายนี้ เป็นตัวการสำคัญในการทำลายคอลลาเจนและความชุ่มชื้นที่อยู่ในชั้นผิวให้หมดไป ทำให้ผิวเหี่ยวย่น ดูแก่ก่อนวัย
  1. มะเร็งผิวหนัง การปล่อยผิวหนังให้ต้องเผชิญกับแสงแดดจัดๆ โดยปราศจากครีมกันแดด ซึ่งเต็มไปด้วยรังสีอินฟาเรดเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนัง ซึ่งผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังส่วนใหญ่ก็ล้วนเกิดจากแสงแดดทั้งสิ้น

รังสีอินฟาเรด กับการดูแลสุขภาพและความงาม

            รังสีอินฟาเรด ที่นำมาใช้ในการดูแลสุขภาพและความงาม คือ ฟาร์ อินฟราเรด (Far infrared) ซึ่งผลที่ได้จะแตกต่างกับอินฟาเรดทั่วไป โดยจะสามารถเจาะลึกลงไปใต้ผิวหนังได้มากกว่า ช่วยในเรื่องของการสลายไขมันด้วยความร้อน สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องของภาวะบวมน้ำ วิธีการทำงานของรังสีฟาร์ อินฟาเรดคือ จะใช้ความร้อนเป็นตัวดึงน้ำออกจากเซลล์ ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการขับน้ำออกจากร่างกายเพียงเท่านั้น แต่ยังมีผลการวิจัยที่บอกว่าสามารถช่วยในเรื่องของการขับสารโลหะหนักในร่างกาย เช่น สารยูริค ซึ่งเป็นที่มาของอาการปวดตามข้อต่างๆนั่นเอง

รังสีอินฟาเรด กับการเผาผลาญแคลอรี่

            ในทางการแพทย์ รังสีตัวร้ายที่ทำลายผิวเราได้ถูกนำมาดัดแปลงเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสุขภาพ รังสีอินฟาเรด มีอีกชื่อเรียกว่า “รังสีไบโอเจเนติก” (Biogenetic Ray) โดยมีช่วงความถี่ยาว 6-14 ไมครอน ได้รับการพิสูจน์จากนักวิทยาศาสตร์ในเรื่องของการกระตุ้นการเติบโตและการทำงานที่ดีขึ้นของเซลล์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะในสิ่งมีชีวิต ต้นไม้ สัตว์และมนุษย์

            ร่างกายของเราประกอบไปด้วยน้ำมากกว่า 70% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด รังสีอินฟาเรด จะไปกระตุ้นโมเลกุลน้ำ (Water Molecules) โดยเปลี่ยนเป็นอิออน (Ionizes) ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเลือดเพิ่มมากขึ้น และส่งผลให้การทำงานของร่างกายดีขึ้นตามมาด้วย

 

แนะนำไอเทมเด็ด ตัวช่วยสู้แสงแดด

Mesoprotech melan 130 pigment control ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด SPF 50+

  • ปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB
  • ช่วยลดเลือนและป้องกันการเกิดจุดด่างดำ ความหมองคล้ำของผิว
  • เนื้อกันแดดสีเบจ ช่วยปกปิดจุดด่างดำและรอยหมองคล้ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • เนื้อสัมผัสบางเบา ช่วยให้ผลิตภัณฑ์เกลี่ยง่าย ไม่หนักหน้า

ส่วนประกอบสำคัญ

  • mesoprotech complex ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB นอกจากนี้ยังมีสารแอนติออกซิแดนท์ ที่ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ในรังสีอินฟาเรด และแสงสีฟ้าที่มากระทบผิว
  • Azeloglicina ( Azelaic acid) ช่วยป้องกันรอยหมองคลํ้าหรือจุดด่างดํา ที่มีสาเหตุมาจากแสงแดด
  • Sunflower seed oil (NMF) รักษาความชุ่มชื้นผิวตามธรรมชาติ

เซตคู่เซรั่มฟื้นบำรุงผิว + เจลครีมลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ

Melan tran3x concentrate

เซรั่มสูตรเข้มข้นที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงผิว สำหรับผู้ที่มีปัญหารอยฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ สาเหตุมาจากแสงแดดและสภาพแวดล้อมจากภายนอก โดยเซรั่มจะช่วยบำรุงให้ผิวพรรณดูกระจ่างใส รอยฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆดูจางลง

ส่วนประกอบสำคัญ

  • Tranexamic acid ช่วยลดเลือนรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ ปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใส
  • Enzymacid Complex เป็นสารผลัดเซลล์ผิว ช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันในการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ เผยผิวใหม่ที่มีสุขภาพดี สีผิวดูสม่ำเสมอ
  • Tyr Control Complex ช่วยลดเลือนรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ แถมยังช่วยป้องกันการเกิดซ้ำอีกด้วย
  • Niacinamide วิตามินบี 3 ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ลดเลือนรอยฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวหน้า ให้ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีใช้

  • ใช้ประมาณ 3-4 หยด โดยหยดลงฝ่ามือแล้ววอร์มเซรั่มเล็กน้อย จากนั้นกดเบาๆให้ทั่วผิวหน้า ยกเว้นรอบดวงตา

Melan tran3x gel cream

เจลครีมช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำให้ดูจางลง ปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำให้ดูกระจ่างใสขึ้น และป้องกันการเกิดซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนประกอบสำคัญ

  • Tranexamic acid ช่วยลดเลือนรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ ปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใส
  • Hydroxyacid Complex ประกอบด้วย Salicylic acid และ Lactic acid ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกเพื่อเผยผิวใหม่ ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ แลดูกระจ่างใสมากขึ้น
  • Tyr Control Complex ช่วยลดเลือนรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ แถมยังช่วยป้องกันการเกิดซ้ำอีกด้วย
  • Niacinamide วิตามินบี 3 ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ลดเลือนรอยฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวหน้า ให้ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีใช้

  • ปั๊มเจลครีมประมาณ 3-4 ปั๊มลงบนฝ่ามือ แล้ววอร์มเล็กน้อย จากนั้นกดเบาๆให้ทั่วผิวหน้า ยกเว้นรอบดวงตา

 

Aox ferulic

เซรั่มสูตรเข้มข้นช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระซึ่งมีสาเหตุมาจากรังสี UV อินฟาเรด และแสงสีฟ้าที่ทำร้ายผิวในแต่ละวัน ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น

ส่วนประกอบสำคัญ

  • Ferulic acid 0.5% สารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยให้ผิวแลดูยืดหยุ่นและอ่อนกว่าวัย
  • Vitamin C 15% สารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยปกป้องผิวคล้ำเสียจากรังสี UV และช่วยปรับสภาพผิวให้แลดูกระจ่างใส
  • Protech cell complex 1.5% ประกอบด้วยวิตามินอี และสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย พร้อมปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระจากสิ่งแวดล้อมภายนอก

วิธีใช้

  • หยดเซรั่มประมาณ 3-4 หยดลงบนฝ่ามือ วอร์มเซรั่มเล็กน้อยแล้วค่อยๆกดเบาๆให้ทั่วผิวหน้า ยกเว้นบริเวณรอบดวงตา ใช้เป็นประจำทุกวัน เช้าและก่อนนอน เหมาะกับทุกสภาพผิว

การหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหนังถูกทำลายได้ เพราะในแสงแดดไม่ได้มีแค่รังสียูวี แต่ยังเต็มไปด้วยรังสีอินฟาเรดที่เราสามารถสัมผัสได้ในรูปแบบความร้อนอีกด้วย รู้แบบนี้แล้ว หากไม่อยากให้ผิวสวยๆของคุณได้รับผลกระทบจากรังสีตัวร้าย ก็พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดไว้จะดีที่สุด อาจจะใช้ตัวช่วยอย่างการสวมหมวกปีกกว้าง กางร่ม และสวมเสื้อคลุมแขนยาวเพื่อปกป้องผิวอีกทางหนึ่งก็ได้

สำหรับการเลือกใช้ครีมกันแดดก็สำคัญ อาจจะต้องหันมาใช้ครีมกันแดดที่ไม่ใช่แค่ปกป้องได้เพียงรังสี UVA/UVB เท่านั้น แต่ต้องสามารถปกป้องรังสีอินฟาเรดได้ด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงศัตรูที่จะมาทำร้ายผิวสวยๆของเราได้นั่นเอง

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published.