สเตียรอยด์ (Steroids) อันตรายจริงไหม ? เผยเคล็ดลับการใช้ให้ปลอดภัย

สเตียรอยด์ (Steroids) เป็นหนึ่งในสารที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือช่วยรักษาความผิดปกติของสุขภาพร่างกาย แม้ว่ามันจะมีประโยชน์มากมาย เช่น การบรรเทาอาการอักเสบหรือช่วยรักษาสภาพผิวบางประเภท แต่หลาย ๆ คนยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้สารชนิดนี้อยู่ดี เพราะการใช้สเตียรอยด์ที่ไม่ถูกวิธี อาจส่งผลข้างเคียงที่อันตรายได้ ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สเตียรอยด์ที่ปลอดภัย รวมทั้งเคล็ดลับในการเลือกใช้ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

สเตียรอยด์ คืออะไร? ทำความรู้จักกับสารสเตียรอยด์และการใช้งาน

สเตียรอยด์ (Steroids) คือ สารเคมีที่มีคุณสมบัติที่ช่วยลดการอักเสบและรักษาโรคต่าง ๆ โดยสเตียรอยด์มีทั้งแบบที่ใช้ภายในและภายนอก ในปัจจุบันมีสเตียรอยด์ที่ระบุไว้บนเว็บไซต์พาณิชย์ถึง 32 ประเภท ถูกนำมาใช้ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ที่ต้องการ

สเตียรอยด์ที่นิยมใช้ในทางการแพทย์ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  1. สเตียรอยด์ชนิดคอร์ติโคสเตอรอยด์ (Corticosteroids)ใช้เพื่อบรรเทาอาการอักเสบจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคผิวหนังอักเสบ หรือโรคไขข้ออักเสบ เป็นต้น
  2. สเตียรอยด์ชนิดอนาโบลิก (Anabolic steroids)ใช้เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ โดยมักถูกใช้ในทางกีฬาหรือการเพิ่มสมรรถภาพทางกาย

ประโยชน์ของ สเตียรอยด์ ในด้านความงาม

นอกจากใช้สเตียรอยด์ (Steroids) ทางด้านการรักษาแล้ว สารชนิดนี้ ยังถูกนำมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณและการเสริมความงาม แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ดังนี้

  • ช่วยลดการอักเสบและการระคายเคืองของผิวสเตียรอยด์มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ ในผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย หรือมีอาการระคายเคืองจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ผื่นแพ้ กลาก หรือโรคสะเก็ดเงิน โดยการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ สเตียรอยด์ จะช่วยลดอาการบวมและอักเสบลงอย่างรวดเร็ว
  • ช่วยในการรักษาโรคผิวหนังสเตียรอยด์สามารถใช้ในการรักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ ที่เกิดจากการอักเสบ เช่น โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema), สะเก็ดเงิน (Psoriasis), หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ เช่น กลากหรือโรคสะเก็ดเงิน เป็นต้น โดยเฉพาะในกรณีที่การใช้ยาอื่น ๆ ไม่ได้ผลดี
  • ช่วยให้ผิวกระจ่างใสการใช้สเตียรอยด์ในบางกรณี อาจช่วยลดจุดด่างดำ หรือรอยแดงจากการอักเสบที่เกิดขึ้นจากสิวหรือปัญหาผิวหนังอื่น ๆ โดยจะทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิว จากการติดเชื้อหรือการระคายเคือง
  • ช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนบางสูตรของสเตียรอยด์ในสกินแคร์อาจช่วยในการฟื้นฟูผิวพรรณ โดยการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิวหนัง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น และลดการเกิดริ้วรอยหรือการยุบตัวของผิว การใช้สเตียรอยด์ในรูปแบบของครีมหรือเซรั่ม อาจช่วยให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นและลดเลือนริ้วรอยได้
  • บรรเทาอาการสิวอักเสบสเตียรอยด์สามารถช่วยบรรเทาอาการสิวอักเสบ ซึ่งสามารถช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้น และไม่ทำให้เกิดแผลเป็น
  • ลดการเกิดรอยแผลเป็นการใช้ครีมที่มีสารสเตียรอยด์ จะช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นจากแผล ทำให้รอยแผลหายเร็วขึ้น และช่วยให้ผิวฟื้นตัวจากการบาดเจ็บได้ดีขึ้น

อันตรายจากการใช้สเตียรอยด์ที่ไม่ถูกต้อง: ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง

การใช้สเตียรอยด์อย่างไม่ถูกต้อง หรือใช้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ดูแลความเหมาะสม สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายได้ ดังนี้

  • ผิวบางและเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็นการใช้สเตียรอยด์ในระยะยาว หรือการใช้ในปริมาณที่มากเกินไป สามารถทำให้ผิวบางลงได้ และเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็นจากบาดแผล หรือแม้กระทั่งจากการเสียดสีเล็กน้อย นอกจากนี้ผิวที่บางยังทำให้เกิดรอยย่นหรือริ้วรอยเร็วขึ้น และทำให้ผิวดูแก่กว่าวัยได้ด้วย
  • การติดเชื้อที่ผิวหนังเนื่องจากสเตียรอยด์มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบ จึงทำให้การตอบสนองของร่างกายต่อการติดเชื้อลดลง จึงอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังได้ง่าย เช่น สิวติดเชื้อ หรือโรคผิวหนังติดเชื้อจากแบคทีเรียหรือเชื้อรา นอกจากนั้น การใช้สเตียรอยด์ในระยะยาว อาจส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงได้
  • การเกิดเส้นเลือดขยาย (Telangiectasia)การใช้สเตียรอยด์อย่างไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดเส้นเลือดฝอยขยายตัวใตผิวหนัง (telangiectasia) โดยมีลักษณะเป็นเส้นเลือดแดงหรือสีม่วงที่มองเห็นได้ชัดเจนบนผิวหนัง ที่มีการใช้ครีมหรือยาสเตียรอยด์บ่อยครั้ง ทำให้ผิวไม่เรียบเนียน
  • เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรอยสิวและจุดด่างดำการใช้สเตียรอยด์ อาจทำให้เกิดการผลิตน้ำมันในผิวหนังมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสิวอักเสบหรือลมพิษที่ผิวหน้าได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานานอาจพบว่าผิวมีรอยด่างดำหรือแผลเป็นจากสิวที่เกิดขึ้นตามมา
  • ภาวะ “ผิวแพ้ง่าย”การใช้สเตียรอยด์ในระยะยาวอาจ ทำให้ผิวหนังมีอาการแพ้ง่ายต่อสารต่าง ๆได้ง่ายขึ้น เช่น แสงแดด หรือสารเคมีในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่น ๆ
  • การเสี่ยงต่อภาวะ “อาการถอน” จากการใช้สเตียรอยด์หากใช้สเตียรอยด์เป็นระยะเวลานาน และหยุดการใช้โดยทันที อาจเกิดอาการถอนหรือผลกระทบจากการหยุดยา เช่น อาการซึมเศร้า, ปวดกล้ามเนื้อ, อาการอ่อนเพลียหรือเวียนศีรษะ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาวได้
สเตียรอยด์

ผิวติดสาร สเตียรอยด์ มีอาการอย่างไร ?

อาการของผิวหน้าติดสารสเตียรอยด์ อาจแตกต่างกันไปตามระยะเวลาการใช้ ความเข้มข้นของสาร และสภาพผิวของแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปมักมีอาการดังต่อไปนี้

  • ผิวบางลง เห็นเส้นเลือดฝอยชัด เนื่องจากสารสเตียรอยด์ทำให้ผิวอ่อนแอและสูญเสียความแข็งแรง ทำให้เส้นเลือดฝอยขยายตัวและเห็นชัดเจนขึ้น
  • หน้าแดงง่าย แพ้ง่ายมากกว่าปกติ โดยผิวมีอาการแดงเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสอากาศร้อน แสงแดด หรือสารระคายเคือง
  • เป็นผื่นหรือสิวสเตียรอยด์ ลักษณะเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ กระจายทั่วหน้า บางครั้งคล้ายสิวอักเสบหรือสิวหนอง รักษายาก
  • ผิวแห้ง ลอก คัน บางคนอาจมีผิวแห้งมากจนเป็นขุย หรือลอกเป็นแผ่น พร้อมอาการคันและระคายเคือง
  • รูขุมขนกว้างผิดปกติ สเตียรอยด์จะไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น และผิวมันมากกว่าปกติ
  • หน้าหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอเมื่อหยุดใช้สเตียรอยด์ ผิวอาจเกิดภาวะ Post-Steroid Rebound ทำให้เกิดรอยดำ รอยแดง หรือฝ้า

วิธีใช้สเตียรอยด์สำหรับผิวหน้าอย่างปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียง

การใช้สเตียรอยด์สำหรับผิวหน้าต้องระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากการใช้อย่างไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ ซึ่งมีเคล็ดลับในการใช้ เพื่อความปลอดภัย ดังต่อไปนี้

  • ปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้สเตียรอยด์ไม่ควรตัดสินใจใช้สเตียรอยด์เอง เพราะอาจมีผลกระทบต่อผิวหนัง และสุขภาพในระยะยาว ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม และเพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิดอันตรายต่อผิวหน้า
  • เลือกใช้สเตียรอยด์ที่มีระดับความเข้มข้นต่ำควรเลือกใช้สเตียรอยด์ที่มีระดับความแรง หรือความเข้มข้นที่ต่ำ หรือเฉพาะจุด เช่น ครีม สเตียรอยด์ที่มีส่วนผสมของไฮโดรคอร์ติโซน ที่ได้รับการอนุมัติจากแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้ผิวไม่ถูกทำลายหรือเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง
  • ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมหากใช้สเตียรอยด์ในปริมาณมากเกินไป สามารถทำให้ผิวบางลง และเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง ควรใช้อย่างพอเหมาะ โดยทั่วไปแล้ว ควรทาในบริเวณที่ต้องการรักษาเท่านั้น และควรใช้เฉพาะในช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกินไปการใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ผิวบางหรือการติดเชื้อจากผิวที่อ่อนแอลง
  • ให้ผิวพักระหว่างการใช้สเตียรอยด์หลังจากการใช้สเตียรอยด์ ควรให้ผิวพักฟื้นระยะหนึ่งก่อนที่จะใช้สเตียรอยด์ต่อไป การให้เวลาผิวฟื้นตัว จะช่วยให้ผิวไม่เกิดการระคายเคือง และเป็นการช่วยปกป้องผิวจากการใช้ สเตียรอยด์มากเกินไปด้วย
  • อย่าทาในบริเวณที่บอบบางหรือมีแผลการใช้สเตียรอยด์ในบริเวณที่มีแผล หรือบริเวณบอบบาง เช่น ใต้ตา ริมฝีปาก หรือผิวที่บางเป็นพิเศษ อาจเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากขึ้น
  • บำรุงผิวหลังการใช้สเตียรอยด์หลังจากการใช้สเตียรอยด์ ควรทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้น และช่วยฟื้นฟูผิวที่อาจถูกทำลาย การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิก หรือวิตามิน C จะช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดีขึ้นได้
  • ปกป้องผิวจากแสงแดดการใช้สเตียรอยด์ทำให้ผิวบอบบางและไวต่อแสงแดดมากขึ้น การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง และอาจทำให้เกิดจุดด่างดำและริ้วรอยขึ้นได้

ฟื้นฟูผิวติดสารสเตียรอยด์ เติมความชุ่มชื้น เสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง ด้วย ha densimetrix

ha densimatrix

สำหรับท่านที่ผิวติดสาร สเตียรอยด์ ซึ่งอาจแสดงออกในหลายปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็น รอยแดง รอยดำ ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น รวมถึงริ้วรอยก่อนวัย จะต้องเริ่มต้นจากการฟื้นฟูเกราะปกป้องผิวที่ถูกสารสเตียรอยด์ทำลาย ให้แข็งแรงขึ้นอีกครั้ง ด้วยตัวช่วยที่ทรงประสิทธิภาพ อย่าง ha densimetrix โดย mesoestetic ซึ่งเป็นเซรั่มบำรุงผิวหน้า ที่ประกอบด้วยกรดไฮยาลูโรนิกเข้มข้น ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอยให้แลดูจางลง ช่วยให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ช่วยสร้างเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

  • Hyaluronic acidประกอบไปด้วยกรดไฮยาลูโรนิกเข้มข้นถึง 4 ชนิด บำรุงลึกถึงแต่ละชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้นจนสัมผัสได้
  • Marshmallow root extractสารสกัดจากรากของต้นมาร์ชเมลโลว์ ช่วยทำให้การคงอยู่ของกรดไฮยาลูโรนิกในชั้นผิวได้ยาวนานมากขึ้น
  • Malachite extractเป็นสารสกัดจากหินมาลาไคต์ เป็นกลุ่มสารแอนติออกซิแดนท์ ช่วยให้คอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติของผิวคงอยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ริ้วรอยแลดูจางลง และทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น

สเตียรอยด์มีทั้งข้อดีและข้อเสียในการใช้ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และการควบคุมการใช้ให้ถูกต้อง โดยการใช้สเตียรอยด์ที่ไม่เหมาะสม หรือใช้เกินขนาดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย เช่น ผิวบางลง หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ จำเป็นต้องใช้ตามคำแนะนำจากแพทย์ และในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสภาพผิวของแต่ละท่านในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

Q : สเตียรอยด์สามารถใช้เพื่อรักษาสิวได้หรือไม่ ?
A : สเตียรอยด์สามารถใช้รักษาสิวที่เกิดจากการอักเสบได้ แต่A ควรใช้ในกรณีที่สิวมีอาการอักเสบรุนแรงเท่านั้น หากใช้อย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น สิวเพิ่มขึ้นหรือผิวบางลงได้

Q : หากใช้สเตียรอยด์นานเกินไป จะเกิดอะไรขึ้น?
A : การใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังบางลง และเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อ การเกิดริ้วรอย และการเกิดรอยแผลเป็นจากผิวที่อ่อนแอลง

Q : สเตียรอยด์สามารถใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่น ๆ ได้หรือไม่ ?
A : การใช้สเตียรอยด์ร่วมกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่น ๆ ควรระมัดระวัง เนื่องจากบางผลิตภัณฑ์อาจทำให้ผิวระคายเคืองเมื่อใช้ร่วมกับสเตียรอยด์

Q : ควรหยุดใช้สเตียรอยด์เมื่อใด?
A : ควรหยุดใช้สเตียรอยด์เมื่ออาการที่ใช้รักษาหายไปแล้ว หรือเมื่อได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หากหยุดใช้ทันทีโดยไม่ลดการใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้

Q : จะทำอย่างไรหากมีอาการแพ้จากการใช้สเตียรอยด์ ?
A : หากเกิดอาการแพ้จากการใช้สเตียรอยด์ เช่น ผื่นแดง บวม หรืออาการคัน ควรหยุดใช้ทันทีและปรึกษาแพทย์ เพื่อหาวิธีรักษาและคำแนะนำในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยกว่า

สเตียรอยด์

ใส่ความเห็น