แบคทีเรียกับการดูแลผิว - mesoestetic | เซรั่ม แอมพูล

แบคทีเรียกับการดูแลผิว

              หากเอ่ยถึงแบคทีเรียสิ่งแรกที่เราจะนึกถึงคงหนีไม่พ้นเรื่องความสกปรกและวายร้ายทำลายสุขภาพ เพราะโรคภัยและความเจ็บป่วยจำนวนมากก็เกิดมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียหนักเขาถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดถึงขั้นเสียชีวิตก็มีมาแล้ว แต่ก็ใช่ว่าแบคทีเรียจะก่อให้เกิดโทษเพียงอย่างเดียวยังมีแบคทีเรียที่ให้ประโยชน์กับร่างกายด้วย วันนี้เราเลยจะมานำเสนอสาระดี ๆ เกี่ยวกับเจ้าแบคทีเรียให้มากขึ้นกัน โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ให้ประโยชน์กับร่างกายซึ่งแวดวงความงามได้นำมาใช้ในการฟื้นบำรุงดูแลผิว ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นอย่างไร แบคทีเรียสามารถดูแลผิวได้จริงไหม ลองตามไปหาคำตอบร่วมกันได้เลย

แบคทีเรียคืออะไร ?

               ก่อนที่เราจะไปเจาะประเด็นแบคทีเรียกับการดูแลผิวพรรณขอเริ่มจากการทำความรู้จักกับแบคทีเรียในภาพกว้างกันก่อน โดยแบคทีเรียนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวชนิดหนึ่งที่ให้ทั้งประโยชน์และโทษ ซึ่งแบคทีเรียนั้นมีความหลากหลายมากทั้งขนาดและรูปร่าง เราสามารถจำแนกประเภทของแบคทีเรียได้หลายประเภท หากแบ่งตามรูปร่างจะแยกได้ 2 ประเภท คือ แบคทีเรียรูปร่างกลม (Cocci) และแบคทีเรียรูปร่างแท่ง (Bacilli) แบคทีเรียจะอาศัยอยู่ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม หากแบ่งตามส่วนประกอบบนผนังและเยื่อหุ้มเซลล์ก็จะแยกได้เป็นแบคทีเรียแกรมบวก (Gram positive) และ แบคทีเรียแกรมลบ (Gram negative) และหากแบ่งตามการใช้ออกซิเจนในการเจริญเติบโตก็จะแบ่งได้อีก 2 แบบ คือ แบคทีเรียที่ต้องใช้ออกซิเจน (Aerobic bacteria) และแบคทีเรียที่ไม่ต้องใช้ออกซิเจน (Anaerobic bacteria)

               แบคทีเรียอาศัยอยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป เช่น ในอากาศ ในน้ำ ในอาหาร นอกจากนั้นแบคทีเรียยังอาศัยอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้อีกด้วย โดยมักจะอาศัยอยู่ตามทางเดินอาหาร ลำไส้ และบนผิวหนัง ซึ่งแบคทีเรียบางชนิดให้ประโยชน์กับร่างกายอย่างแบคทีเรียในลำไส้ แต่แบคทีเรียบางชนิดก็ก่อให้เกิดโรค เช่น อหิวาตกโรค ปอดอักเสบ ทอนซิลอักเสบ รวมไปถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคหนองในแท้  โรคหนองในเทียม และโรคซิฟิลิส

               แบคทีเรียต่างจากไวรัสตรงที่แบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสืบพันธุ์หรือแบ่งตัวได้ ต่างจากไวรัสที่เป็นเพียงอนุภาคที่มีสารพันธุกรรมเท่านั้น อีกทั้งไวรัสยังต้องอาศัยเซลล์ของโฮสต์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยลำพัง แต่แบคทีเรียสามารถมีชีวิตอยู่ได้แม้ไม่มีโฮสต์ ซึ่งหากเราติดเชื้อแบคทีเรียจนเป็นโรคสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ (Antimicrobials) ส่วนไวรัสนั้นจะต้องอาศัยภูมิคุ้มกันของร่างกายเท่านั้น

ประโยชน์ของแบคทีเรีย

               อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าแบคทีเรียมีทั้งที่ให้คุณประโยชน์และให้โทษ โดยแบคทีเรียที่ให้โทษก็มักจะก่อให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ แต่แบคทีเรียที่มีประโยชน์นั้นจะช่วยเสริมสุขภาพของเราให้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยยั้บยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียไม่ดีไม่ให้แผลฤทธิ์จนก่อให้เกิดโรคด้วย อย่างเช่นกับแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้หรือโพรไบโอติก (Probiotic) ช่วยทำให้การทำงานของลำไส้และระบบขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยยั้บยั้งแบคทีเรียก่อโรคในลำไส้ลดการเกิดท้องร่วงท้องเสีย โดยเราสามารถเพิ่มโพรไบโอติกด้วยการรับประทานนมเปรี้ยว โยเกิร์ต รวมไปถึงอาหารหมักดองอย่างกิมจิ นอตโต๊ะ น้ำส้มสายชูหมัก เต้าเจี้ยว เป็นต้น แต่เนื่องจากโพรไบโอติกเป็นแบคทีเรียที่มีชีวิตจึงจำเป็นที่เราจะต้องเสริมพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) หรืออาหารสำหรับโพรไบโอติกซึ่งก็ได้แก่กากใยอาหารและไฟเบอร์ในพืชผักผลไม้

แบคทีเรียกับการดูแลผิว

               ในระหว่างวันผิวหน้าของเราต้องสัมผัสกับมลภาวะในอากาศที่มีทั้งฝุ่นควันและแบคทีเรียต่าง ๆ ทั้งแบคทีเรียดีและแบคทีเรียไม่ดี ซึ่งสิ่งนี้เรียกว่า SKIN MICROBIOME หรือระบบนิเวศของผิวที่ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์หลายล้านชนิด เช่นเดียวกับในลำไส้ ถ้าแบคทีเรียที่ดีและไม่ดีอยู่บนผิวอย่างสมดุลก็จะถือว่าเป็นปราการป้องกันผิวจากมลภาวะและการก่อตัวของเชื้อโรค แต่ถ้ามีแบคทีเรียไม่ดีอยู่บนผิวหน้าของเรามากเกินจนขาดสมดุลก็จะทำให้เกิดปัญหาผิวตามมาโดยเฉพาะปัญหาสิว ประกอบกับผิวของเรายังผลิตน้ำมันออกมาอยู่ตลอดเวลาเกิดเป็นความมันส่วนเกิน ซึ่งเมื่อความมันบนใบหน้าของเราเจอกับมลภาวะและแบคทีเรียก็จะยิ่งเกิดการหมักหมมกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรียชั้นดีเลย แบคทีเรียจะกัดกินคราบไขมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วเป็นอาหารและก็จะหมกซ่อนตัวอยู่ตามรูขุมขน ปัญหาที่ตามมาก็คือรูขุมขนอุดตันและอักเสบจนกลายเป็นสิวขึ้นมา

               แน่นอนว่าสภาพแวดล้อมและปัจจัยภายนอกอย่างมลภาวะ ฝุ่นควัน แสงแดด รวมไปถึงการแพ้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนของแบคทีเรียที่ดีลดลง นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางบางตัวก็อาจจะทำให้แบคทีเรียที่ดีถูกทำลายได้ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไปปรับสมดุลค่า PH ของผิว โดยค่าที่สมดุลกับผิวจะอยู่ที่ประมาณ 5.5 ซึ่งเป็นกรดอ่อน ๆ ช่วยปกป้องผิวจากเชื้อแบคทีเรียและจุลินทรีย์ เพราะช่วยควบคุมสมดุลการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และแบคทีเรียดีและเป็นสภาพที่ไม่เอื้อให้แบคทีเรียที่ไม่ดีเจริญเติบโตได้

               นักวิทยาศาสตร์จึงคิดค้นนำแบคทีเรียมาใช้ดูแลผิวโดยเน้นเพิ่มปริมาณให้แบคทีเรียที่ดีเข้าไปปรับสมดุลผิวด้วยการใช้ Post biotic ซึ่งได้จากการหมักบ่มแบคทีเรียที่ตายแล้ว ทำให้เก็บได้ง่ายกว่าแบคทีเรียที่มีชีวิตแบบโพรไบโอติกจึงนิยมนำไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อปรับสมดุลแบคทีเรียทั้งดีและไม่ดีบนผิวให้สมดุล

Post biotic นวัตกรรมการดูแลผิวด้วยแบคทีเรียจากแบรนด์ mesoestetic

  1. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว

สิ่งที่ทำให้ผิวของเราเสียสมดุลค่า PH มากที่สุดคือการทำความสะอาดผิว ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ล้างหน้าทำความสะอาดผิวนั้นจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงค่า PH และเข้าไปชำระล้างทำความสะอาดทั้งแบคทีเรียที่ดีและไม่ดีจึงทำให้ผิวเสียสมดุลลง mesoestetic จึงเห็นความสำคัญของการล้างทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ช่วยเติมเต็มแบคทีเรียที่ดีให้กับผิวด้วยนวัตกรรม Post biotic เมื่อใช้ทำความสะอาดผิวแล้วจะช่วยปรับสมดุลของปริมาณของจุลินทรีย์บนผิวหนัง

               1.1 hydracream fusion

               ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผผิวสูตรที่ออกแบบมาสำหรับผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว อ่อนโยน ทำความสะอาดได้หมดจดโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง มีส่วนผสมของ post biotic จากการหมักบ่มจุลินทรีย์ Lactobacillus ปรับสมดุล pH balance ของผิว นอกจากนั้นยังมี Squalane เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมชาติช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนาน

               1.2 brightening foam

               ผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้าสูตรไบร์ทเทนนิ่งที่เหมาะกับคนผิวธรรมดาและผิวผสม ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกถึงระดับรูขุมขน มี post biotic ที่ได้จากหมักบ่มจุลินทรีย์ Lactobacillus ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียบนผิวหน้า และมี Glycolic Acid และ Lactic acid ซึ่งเป็นกรดผลไม้อ่อน ๆ ช่วยขจัดสิ่งอุดตันและเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ช่วยลดเลือนกระ ฝ้า และจุดด่างดำ ให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

               1.3 purifying mousse

               ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทำความสะอาดผิวเนื้อมูสสูตรสำหรับคนผิวมันและผิวที่มีแนวโน้วเป็นสิวง่าย เพราะช่วยขจัดและความคุมความมันส่วนเกินรวมไปถึงสิ่งสกปรกอุดตันตามรูขุมขนจึงลดโอกาสการเกิดสิว นอกจากนั้นยังช่วยยั้บยั้งแบคทีเรียต้นเหตุของสิวด้วย post biotic และ Chlorhexidine นอกจากนั้นยังมี Salicylic acid และ Lactic acid ช่วยขจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขนและเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน

               1.4 hydratonic mist

               ผลิตภัณฑ์โทนเนอร์ปรับสภาพผิว ช่วยปรับสมดุลผิวก่อนการบำรุง มี post biotic ซึ่งเกิดจากการหมักบ่มจุลินทรีย์ Lactobacillus ช่วยปรับ pH balance ของผิว นอกจากนั้นยังมีสารสกัดจากน้ำกุหลาบ ช่วยกระชับรูขุมขนและยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีวิตามินบี 5 ช่วยปลอบประโลมผิว และกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว แนะนำให้ใช้เป็นประจำหลังการล้างหน้าก่อนการบำรุงผิว

               1.5 micellar biphasic

               ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางทำความสะอาดผิวสำหรับบริเวญริมฝีปากและรอบดวงตา ช่วยทำความสะอาดได้หมดจด อ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว มี post biotic ช่วยปรับสมดุลและส่งเสริมเกราะปกป้องผิวให้ดูแข็งแรง และยังมีวิตามินอีช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว นอกจากนั้นยังมีสารสกัดจากเมล็ดทานตะวันที่อุดมไปด้วยโอเมก้า6 ช่วยบำรุงผิวให้ยืดหยุ่นและเนียนนุ่ม

  1. ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้า

               การมาส์กหน้าก็เป็นอีกวิธีการปรับสมดุลผิวและเติมเต็มแบคทีเรียที่มีประโยชน์สู่ผิว เพราะในผลิตภัณฑ์มาส์กหน้าจะมีสารบำรุงที่เข้มข้นทำให้บำรุงผิวได้ล้ำลึกกว่าการทาครีมบำรุงผิว ด้วยเหตุนี้เราจำเป็นจะต้องมาส์กหน้าเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ซึ่งทางแบรนด์ m

esoestetic ก็มีผลิตภัณฑ์มาส์กหน้าที่ช่วยปรับสมดุลผิวด้วย post biotic แบ่งตามสภาพผิว 4 แบบด้วยกัน

               2.1 anti-stress mask

               มาส์กหน้าสำหรับผิวแพ้ง่าย เป็นมาส์กแบบเนื้อครีมช่วยปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน บำรุงให้ผิวชุ่มชื้นเรียบเนียน ช่วยลดการระคายเคืองให้ผิวผ่ออนคลาย มี post biotic ช่วยปรับสมดุล pH balance ของผิว และยังมีสารสกัดจากคาโมมายล์ สาหร่ายสีแดง อโรเวร่า และดอกดาวเรืองช่วยกป้องผิวให้แข็งแรงลดการระคายเคือง

               2.2 Pure renewing mask

               มาส์กแบบเนื้อครีมเหมาะสำหรับคนผิวมันและเป็นสิว มี Kaolin ที่ได้จากธรรมชาติช่วยดูดซับความมันและสิ่งสกปรก และยังมี salicylic acid และ mandalic acid ช่วยผลัดเซลล์ผิวและสิ่งสกปรกตามรูขุมขนอย่างอ่อนโยน ที่สำคัญยังมี post biotic ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียบนผิวหนังให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม

               2.3 hydravital mask

               ผลิตภัณฑ์มาส์กเนื้อครีมสำหรับคนผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำ โดดเด่นด้วย Hyaluronic Acid ที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว นอกจากนั้นยังมีสารสกัดจากดอกแพนซี่ช่วยกักเก็บน้ำและรักษาความชุ่มชื้นให้ยาวนาน และยังมีอาร์แกนออยที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ช่วยปรับสภาพให้ผิวเนียนนุ่มไม่แห้งกร้าน ที่สำคัญเลยก็คือมี post biotic ช่วยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

               2.4 Ultimate micropeel

               ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้เรียบเนียนขึ้นด้วย AHA และ Enzimatic peel ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ลดเลือนจุดด่างดำ กระ ฝ้า และความหมองคล้ำให้จางลง รวมทั้งยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกตามรูขุมขนให้หลุดออกอย่างล้ำลึก นอกจากนั้นยังมี Squalene นํ้ามันสกัดที่ได้จากธรรมชาติช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว และยังมี post biotic ช่วยเสริมสมดุลของแบคทีเรียบนผิวให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

               หัวใจสำคัญของการมีผิวสุขภาพดีคือการสร้างสมดุลระบบนิเวศที่ดีให้กับผิว โดยผิวของคนเราจะมีแบคทีเรียอยู่หลายล้านชนิดทั้งที่มีประโยชน์และก่อให้เกิดโทษ ถ้าหากแบคทีเรียไม่สมดุลหรือมีแบคทีเรียให้โทษเยอะกว่าก็จะทำให้เกิดปัญหาผิวตามมา เราจึงจำเป็นต้องรักษาความสมดุลของปริมาณแบคทีเรียบนผิวหนังเพื่อให้ผิวแข็งแรงและสุขภาพดีอยู่เสมอ นวัตกรรมการดูแลผิวด้วยแบคทีเรียจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเลยที่หน้าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published.